เทรนด์ออร์แกนิกในวงการอาหารมาแรงมาก คนเริ่มปรับตัวหันมาทานอาหารทางเลือกเพื่อสุขภาพตัวเองมากขึ้นเพื่อความปลอดภัย และยั่งยืนในระยะยาว คนเมืองส่วนมากเดินมา 10 คน 3 คนต้องป่วยเป็นภูมิแพ้เพราะสภาพอากาศมลภาวะมันแย่มาก ฝุ่นละอองหนา  โดยเฉพาะช่วงนี้ฤดูฝนหายไปแล้วหน้าหนาวที่ไม่มีอยู่จริงมาพร้อมกับอากาศแห้ง ๆ และแดดร้อนแสบผิวมากในตอนกลางวัน

ในวงการสกินแคร์และเครื่องสำอางกระแสออร์แกนิกก็กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่แพ้กันค่ะ
หลายคนมีปัญหาผิวที่ไม่รู้จะแก้ยังไง ใช้อะไรก็ไม่หาย เช่น ผิวแพ้ง่าย สภาพอากาศเปลี่ยนนิดหน่อย หรือลองครีมตัวใหม่ไม่ได้เลย คันเห่อไปหมด ส่วนหนึ่งมาจากสิ่งที่ร่างกายเราต่อต้านและถูกสะสมมานาน ทั้งน้ำหอม แป้ง โรลออน ลิฟสติก ครีมทาผิว ล้วนมีสารปรุงแต่งที่เป็นสารเคมีทั้งนั้น สารสเตียรอยด์ในครีมต่าง ๆ เราลูบถู ประโคมมันทุกวัน มีหรือมันจะไม่ซึมสะสมเข้าสู่ร่างกายเราทีละนิดทีหน่อย จนกลายเป็นสัญญาณต่างที่ร่างกายพยายามบอกว่า ฉันต่อต้านสารเหล่านี้ เธอหยุดใช้สักที เป็นอาหารคันบ้าง สิวขึ้นบ้าง ผดผื่นบ้างแหละ

ครั้นจะให้หยุดใช้ไปเลยก็ไม่ได้อีก เพราะเราต้องดูแลผิวของเราให้ดีที่สุด ปกป้องมันให้แข็งแรง การเลือกผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกมาเติมความสวย ปลอดภัยด้วยจึงเป็นนทางเลือกที่เราอยากแนะนำให้เพื่อน ๆ ได้เปิดใจคราวหน้าเลือกซื้อเครื่องสำอางให้เลือกหาผลิตภัณฑ์ที่ออร์แกนิกกันเถอะ

อย่างบล็อกนี้เราจะเริ่มกันที่สิ่งที่สำคัญที่สุดของคนทุกเพศ ทุกช่วงวัย “ต้องทา” นั้นคือ ‘ครีมกันแดด’

ครีมออร์แกนิก (Organic Sunscreen)

แบรนด์มีชื่อว่า “Vasanava” เป็นครีมกันแดดออร์แกนิกแท้ 100% (Organic Sunscreen)
SPF 50 PA+++ เหมาะสำหรับผิวแพ้ง่าย และเป็นสูตรอ่อนโยนมากๆ ใช้ได้สำหรับทุกคนในครอบครัวเลย  เริ่มตั้งแต่น้องที่มีอายุ 6 เดือนขึ้นไปก็สามารถใช้ได้แล้ว

ครีมออร์แกนิก (Organic Sunscreen)

เมื่อก่อนเราก็เป็นคนใช้ครีมกันแดดทั่วไป ที่ยอดฮิตตามกระแสในท้องตลาด
ไปญี่ปุ่นมาก็ต้องซื้อ “Anessa” ที่เขาเคลมว่ายอดขายติดอันดับหนึ่งในญี่ปุ่นมาแล้ว  กันน้ำกันเหงื่อได้สารพัด  แต่ล้างหน้าไม่ดีก็สิวอุดตันมานะจ้ะ ก่อนหน้านี้ก็ใช้ Biore Aqua Rich หลอดฟ้าในตำนานที่ซีมไวไปอีก แต่กลิ่นแอลกอฮอลล์รุนแรงมากจ้าพี่จ๋า หากผิวบางจะแสบผิวข้างจมูกด้วยค่ะ

เนื่อจากสารกันแดดในแต่ละยี่ห้อมันไม่เหมือน ผิวเราก็มีเหงื่อ ความมัน รั่งออกมาปริมาณไม่เท่ากันทุกคนทุกครั้งที่เราเช็ดซับหน้า เราก็เอาความชุ่มชื้นความมันออกไปด้วย ออกไปเยอะไปน้อยไปก็ทำให้ผิวเสียสมดุลแล้ว เกิดเป็นหน้าแห้ง,หน้ามัน สุดแล้วแต่สภาพผิวและบุญเก่าที่สะสมมา

สารกันแดดในการทดลองกับบนผิวเราไม่เหมือนกันนะคะ ผิวเรามีเหงื่อมีความมันร่วมกับบางครั้งเราเช็ดออกซับมันออกไปด้วย เรื่อง SPF

มีดูความพิเศษของครีม Vasanava Organic กันก่อน

  • ลักษณะเนื้อครีม
    เป็นกันแดดที่เนื้อครีมครีมหน่อย โดยเนื้อครีมมีสีขาวจากสารกันแดด Physical Sunscreen 100%
    ครีมออร์แกนิก (Organic Sunscreen)

    เขาบอกตัวนี้ปราศจากซิลิโคน และสารเคลือบลื่น ไม่มีการใส่พาราเบนหรือแอลกฮอลล์ไปเพิ่ม น้ำหอมก็ไม่มี มั่นใจได้เลยว่าไม่อุดตัน สิวไม่โผล่ แถมล้างออกง่ายด้วยนะสิ่งที่แบรนด์นี้ตั้งใจสื่อให้เห็นหลัก ๆ คือใช้สารสกัดออแกนิคซึ่งปลอดภัยต่อผิว
    และใช้เลือกสารสกัดที่ทดลองเป็นกับกลุ่มคนอาสสมัคร
    ซึ่งสามารถวัดผลได้ชัดเจนกว่าค่ะ ซึ่งแบรนด์ดังๆ อื่น ส่วนใหญ่เขาจะทดลองสารสกัดกับสัตว์ พวกกระต่ายค่ะ มาโกนขนและ ทาสารสกัดลงไปทำแบบนี้ทุกวัน เป็นช่วงระยะเวลานึงเลย“โหดร้าย” และทารุณเนอะ แต่มันคือเรื่องจริงที่แบรนด์อื่นไม่เคยมาบอกลูกค้าอย่างเรา
    ฉะนั้นมั่นใจได้เลยว่าครีมหลอดนี้เป็น Vegan and cruelty free แท้ 100% ไม่ใช้สารสกัดจากสัตว์ และ ไม่ทดลองกับสัตว์ค่ะ
  • ส่วนด้านกลิ่น คือ ไม่มีกลิ่นน้ำหอม เพราะเขา Fragrance Free แต่จะเป็นกลิ่นครีมๆ ของน้ำมันหอมระเหย ไม่แน่ใจว่าต้องอธิบายยังไง คือมันไม่ได้ฉุนนะ แต่ก็ไม่ได้หอมมากอะ บอกไม่ถูก แต่โดยรวมรับได้กับเรื่องกลิ่นเพราะคิดว่ามันค่อนข้างธรรมชาติและอ่อนโยน เพราะกฎของสกินแคร์ที่เป็นออร์แกนิกนี่นั่นจะถูกบังคับให้ใช้ได้เฉพาะ Essential oil เท่านั้น ซึ่ง Essential oil จะได้จากการสกัดจาก ดอกไม้ สมุนไพร ใบไม้ เปลือกไม้  มีคุณสมบัติในการบำรุงผิว และ มีกลิ่นที่ช่วยให้เกิดความผ่อนคลาย แบบว่าสบายผิว แล้วยัง อามรมณ์ดีอีกด้วย
  • วิธีการทาครีมกันแดดให้ได้ประสิทธิภาพ คือ ต้องทาล่วงหน้าก่อนจะออกไปเผชิญแดดอย่าง 30 นาทีนะคะ แต่ถ้าจะลงน้ำต้องอย่างเดียว 2 ชั่วโมงนะและควรทาซ้ำบ่อย ๆ ไม่ใช่ทาปุ๊ปแล้วออกเจอแดดเปรี้ยงทันที มันจะไม่เข้าได้ผลดีเพราะเนื้อครีมมันยังไม่ได้ซึมสู่ผิวเรา และควรทาตามปริมาณตรที่เหมาะสมเพื่อให้ได้ SPF 50 ตามที่ข้างหลอดบ้าง ซึ่งสำหรับปริมาณ 1 หน้า ให้บีบครีมออกมาประมาณเม็ดถั่วเขียวและแต้ม 3 จุดที่หน้า คือ หน้าผาก 1 และข้างแก้ม 2 ค่ะ
  • ทดลองทาบนผิว
    ครีมออร์แกนิก (Organic Sunscreen)
    ความรู้สึกแรกที่บีบแล้วทาบนมือ เพื่อสัมผัสเนื้อสัมผัสครั้งแรกคือ ธรรมดามากแก! เหมือนครีมทั่ว ๆ ไป และแถมแอบเกลี่ยยากด้วย วนๆ อยู่หลายตลบทีเดียว แต่รู้ไหมว่าเพราะอะไร คือครีมกันแดดออร์แกนิค คือจะห้ามไม่ให้ใส่พวกซิลิโคน สารเคลือบลื่นใดใดลงไปเลย มันทำให้เนื้อครีมตัวนี้ของเรามัน ‘หนืด’ กว่ายี่ห้ออื่น ซึ่งนี่แหละค่ะครีมออร์แกนิก (Organic Sunscreen) สาเหตุที่ใช้ยี่ห้ออื่นแล้วเกลี่ยง่าย ตบ 2-3 ทีซึมไวและลื่นดีจัง แต่ก็มาพร้อมกับเรื่องปวดหัวของสิวอุดตัน หากเราล้างหน้าไม่สะอาด เช็ดเครื่องสำอางออกไม่หมดนี่รู้เลย สิวขึ้นมาเต็ม รักษากันไปยาวๆ ฉะนั้นเราจะเลิกใช้เลยค่ะครีมพวกนั้น เพื่อความสบายใจ เรายอมเกลี่ยยากนิดหนึ่งตอนทาลงบนใบหน้า อาจจะถูวนนานหน่อย แต่ความรู้สึกหลังทา ไม่มัน ไม่เหนอะหนะนะคะ แถมปลอดภัยกว่าเยอะ

ทดลองที่หน้าทาวัดสารกันแดดที่ออกฤทธิ์ค่อนข้างมีความเสถียรดีนะ คือมีหลายยี่ห้อที่เราเคยทาแล้วหน้าก็ยังหมองๆ ยังดำอยู่เพราะครีมกันแดดที่เคยเลือกไม่ได้มีประสิทธิภาพอย่างที่อวดอ้าง

หลักๆ คือชีวิตประจำวันอยู่แต่หน้าคอมพ์ทั้งวันด้วยแหละ แสงจากหน้าจอคอมพ์ จอมือถือต่าง ๆ เป็นคลื่นรังสีทั้งนั้นแหละค่ะ ซึ่งยี่ห้อนี้ปกป้องครอบคลุม ทั้ง คลื่นรังสีสั้นและยาว ทั้งจากแดดที่มาจากดวงอาทิตย์ และแสงไฟจากจอคอม หลอดไฟ กันได้หมดหาย ซึ่งเราไปอ่านมากันแดดยี่ห้อนี้เขาเคลมว่า สามารถสะท้อน UV ได้ทันทีหลังทา ไม่ต้องรอ 30 นาทีด้วย

นอกจากกันแดดได้ทันทีแล้ว
กันแดดยังกันน้ำได้ด้วยนะคะ
มีสารสกัดที่ช่วยฟื้นบำรุงผิว ให้ปกป้องไมโดรคอนเดรียผิวเวลาออกแดด.
และช่วยลดการสร้างเม็ดสี
จึงช่วยลดปัญหา. หน้าหมองคล้ำ และ จุดด่างดำ จากแสงแดดค่ะ
สามารถใช้ทาเป็น. Day cream ได้เลย ทารองพื้นทับหน้าก็ไม่เป็นขุยค่ะ

ครีมออร์แกนิก (Organic Sunscreen)

ราคา 690 บาท
ราคาอาจจะแรงเทียบเท่ากับแบรนด์ดังในตลาดเลย แต่ซื้อเถอะ เพื่อผิวในระยะยาวและก็ป้องกันมะเร็งผิวหนัง ฝ้า กระ จุดด่างดำ ที่พออายุมากขึ้นก็จะมีปัญหาเหล่านี้ตามคนละข้อสองข้อ คือคิดซะว่าเสียเงินป้องการดีกว่าเสียเงินในการรักษาค่ะ

สุดท้ายนี้อยากฝากไว้ว่าอย่ามัวแต่ทากันแดดเพียงอย่างเดียว เมืองไทยเรามันร้อนเกินคำว่าแค่ทาครีมแล้ว ควรสวมหมวก พกร่ม ใส่แว่นกันแดด ร่วมด้วยจะดีที่สุดค่ะเพราะแดดเปรี้ยง ๆ นั้นอันตรายกว่าที่เราคิดคอลลาเจนในผิวเสื่อม และก็แก่เร็ว เว้นแต่ว่าจะตื่นมาเช้าเจอแดดอ่อน ซึ่งเป็นแดดดีต่อสุขภาพ เพราะมันไปกระตุ้นให้ร่างกายสังเคราะห์วิตามิน D มาใช้ค่ะ ฉะนั้นการดูแลตัวเองตั้งแต่เนิ่น ๆ เป็นสิ่งสำคัญมากค่ะ

เลือกทั้งที่ให้เลือกดีดีไปเลยค่ะ หน้าเรามีหน้าเดียว

 

อ่านมาขนาดนี้แล้ว ใครอยากลองมาใช้ดูบ้าง เพราะมันดีและใช้โอเคมากเลย
ไปหาซื้อได้ที่ร้าน All About You ตามนี้เลย

🚩1. Central World (ชั้น 2 โซนเอเทรี่ยม)
🚩2. Terminal 21 (ชั้น 3 ตรงทางขึ้นบันไดเลื่อนด้านหลัง)
🚩3. Central Pinklao (ชั้น 1 ตรงลิฟท์แก้ว)
🚩4. Central Salaya (ชั้น 1 ตรงข้ามแผนกเครื่องสำอางของห้าง)
🚩5. Paradise Park ศรีนครินทร์ (ชั้น 1)
🚩6. The Mall บางกะปิ (ชั้น 2 หน้าธนาคารกสิกรไทย) เบอร์โทร 0918731703
🚩7. The Mall บางแค (ชั้น G ใกล้ Swensen’ s)
🚩8. EMQUARTIER (ชั้น 3 ใกล้ร้าน BANANA IT)
🚩9. Central Festival Eastville (ชั้น 3)
🚩10. Central Festival Bangna (ชั้น 2)
🚩11. เซ็นทรัลชิดลม ชั้น 5 หน้า POWER BUY

หรือช่องทางออนไลน์ที่
💙 Website : www.wasanavaorganic.com
💙 Facebook : www.facebook.com/vasanavaorganic
💙 Add line ด่วนเพื่อรับสิทธิพิเศษ!! : https://goo.gl/DejGFa

⚡️⚡️ ซื้อครบ 800 บาท ลดทันที 100 บาท เมื่อแอดไลน์ @allaboutyou (1 ท่าน/สิทธิ์)
⚡️⚡️⚡️ สำหรับสมาชิกร้าน All About You ลดเพิ่มอีก 5% (ยกเว้นสินค้าลด 50% ขึ้นไป)

Comments

comments

Leave a Reply