เมื่อฉันทดลองเป็นคนตาบอด ที่ Dialogue In The Dark (DID) บทเรียนในความมืด ณ จามจุรีสแควร์

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (11 เมษายน 2558) ได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมนิทรรศการบทเรียนในความมืดมา
รู้สึกตื่นเต้น และสนุกสนาน ประทับใจ จนอยากมาโม้เล่าให้ฟัง

Continue Reading

Mary is happy Mary is happy

แมรี่มีความสุข
แมรี่มีความสุข
แมรี่มีความสุข
..
แมรี่คิดว่าโลกสวยงาม
แม่รี่คิดว่าโลกสวยงาม
แมรี่คิดว่าโลกสวยงาม
..
Continue Reading

หนังรักสำหรับคนอกหัก ชีวิตนกนก กับเรื่อง ซัมเมอร์ของฉัน 500 วันไม่ลืมเธอ (500 days of summer )

เริ่มต้นด้วยการบอกว่า นี่เป็นเรื่องราวของหนุ่มจีบสาว

บอกก่อนเลยว่าเรื่องนี้
เราใช้เวลาในการดูให้จบประมาณ 3 ครั้งเห็นจะได้
3 ครั้งในที่นี้คือ ดูๆไปครั้งแรก อ้าว..หลับ
(อาจเพราะตอนนั้นง่วงๆเพลียๆ)
Continue Reading

สปอยหนังอินดี INTO THE WILD : เข้าป่าหาชีวิต (2017) ค้นหาความหมายของชีวิต และความสุขจากการปล่อยวาง

Into the Wild : เข้าป่าหาชีวิต (สร้างจากเรื่องจริง)

moive
POSTER INTO THE WILD

 

เรื่องของพระเอกอินดี้มาก (นำแสดงโดย Emile Hirsch)
สุดโต่งปรัชญาสุด
เรียนจบป.ตรีปั๊ปทะเลาะกับที่บ้าน
ไม่ชอบพ่อแม่ตัวเองที่ยัดเหยียดวัตถุนิยมให้เขา
บวกกับตัวเองเป็นลูกนอกสมรสด้วย
เด็กๆโตมาด้วยพ่อแม่ทะเลาะกันบ่อย
Continue Reading

สูตรไก่ทอดราดซอสกระเทียม + หัวไช้เท้าดอง พยายามเลียนแบบ bonchon (bonchon chicken recipe)

 bonchon chicken recipe

ไก่ทอดซอสกระเทียม ทานคู่กับหัวไช้เท้าดอง
ไก่ทอดซอสกระเทียม ทานคู่กับหัวไช้เท้าดอง

 สูตรนี้เกิดมาจากการลองผิด ลองถูก
และตั้งใจอยากจะลองเลียนแบบไก่ทอดแบบบอนชอน
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น.. นั่นแหละฮ่ะ ท่านผู้อ่าน

Continue Reading

เทคนิคการสัมภาษณ์งานและหลักการเขียนเรซูเม่ ที่ฉันได้จากงาน Thomson Reuters: Start Your Career Confirmation ( Resume tips and tricks & Job Interview Advice)

Thomson Reuters: Start Your Career Confirmation
thomson-reuters-logo-compressed
หาเพื่อนร่วมทริปนี้ไปได้ทั้งหมด 2 คน รวมเราด้วยก็เป็น 3 คน
เดินทางจาก ม.พระจอมเกล้าธนบุรี > ย่านสีลม ด้วยรถเมล์สาย 75 ลง BTS ตากสิน  ไปนั่งไปลงสถานีศาลาแดง แล้วก็เดินเท้าย้อนไปทางสวนลุมพินี จนเจอตึกอื้อ จื่อ เหลียง (เมื่อยนิดนึง)
ทราบข่าวจากมีใครสักคนมาโพสในเฟสบุ๊ค แล้วก็กดเข้าร่วมกิจกรรมไป
ลืมบอกไปว่างานจัด วันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2557 เสร็จสรรพ หนึ่งสัปดาห์ก่อนงานจริง ก็มีชายหนุ่มโทรเข้ามา “ยืนยันเข้าร่วมงานไหมครัช”
(ไม่ว่างค่ะ ติดสอบ)
จริง ๆ ไม่ได้ติดสอบ หรอก แต่แค่รู้สึกว่าต้องปฏิเสธไป ทำไมก็ไม่รู้
สักพักเราเริ่มมีสติ คิดได้.. ไปก็ได้ว่ะ ก็เลยโทรไปหาเขา ปรากฎว่าเขาก็ยินดีให้เราเข้าร่วมงาน ตามสะดวกด้วยความเข้าใจ

รายละเอียดของงานมีดังต่อไปนี้

      13.00 – 13.30          ลงทะเบียน (มีคอมพิวเตอร์ สำหรับการทำเรซูเม่จัดไว้ให้)

      13.30 – 13.40           กล่าวเปิดงานโดย คุณ David Williams, Senior Site Officer, Bangkok Operations Center

      13.40 – 14.25         อบรมเรื่องการเขียนเรซูเม่

      14.25  – 14.45          Interview Role Play

      14.45 – 15.00           Break (มีขนมและเครื่องดื่ม)

      15.00 – 16.00          Interview workshop

สามารถนำใบเรซูเม่มาเพื่อให้ทางทีม HR ช่วยให้คำแนะนำได้ (แต่นี้ก็ไม่ได้เอาไปหรอก) สรุปงานมันก็เป็นการแนะนำการเขียนเรซูเม่ และก็เตรียมตัวสัมภาษณ์งาน ทันทีที่ไปถึงตึกอื้อจื่อเหลียง ก็หาลิฟท์กดไปที่ชั้น 31 ทันทีเลยจ้า ลิฟท์แบ่งออกเป็น 2 โซนนะ โซนชั้นเตี้ยๆล่างๆจะอยู่ซ้ายมือ ส่วนโซนที่จะขึ้นไปอยู่ทางขวามือ เห็นโชว์รูมโตโยต้าละก็ นั่นแหละ ลืบๆนั้น

ช่วงที่ไปถึงเป็นช่วงเวลาประมาณ 13.00 พนง.ออฟฟิตย่านนั้นกำลังพักเที่ยงเลยก็เห็นเต็ม แต่รู้สึกจะแต่งตัวสู้พนง.ที่ตึกมาลีนนท์ไม่ได้นะ ตึกนั่นนี่แบบ…มาทำงานหรือมาเดินแบบค่ะพี่ กดลิฟท์มาชั้น 31 ประตูเปิดปุ๊ปงงจ้า เป็นกำแพงกั้นเทาๆอยู่ข้างหน้า อ้าวกูมาถูกปะเนี่ย สักพักได้ยินเสียงยาม
“มาร่วมงานรึป่าวครับ เลี้ยวขวาตรงไปเลย”

ไม่ได้ถ่ายรูปเก็บไว้งะ คือเข้าไปมันก็เป็นเวิ้งๆ เงียบๆ เป็นคอกๆ เห็นสีส้ม เทา ดำ ขาว เป็นหลัก ถึงจุดละทะเบียน เขาก็ให้แลกบัตรจ้า เซ็นชื่อไรก็ว่าไป แล้วฉันก็ได้สิ่งๆนี้มา

10850724_10205041769583264_1526173358_n
Thomson Reuters

ป้ายติดหน้าอก กับซองขาวๆพร้อมหลายสิ่งบรรจุอยู่ข้างใน

อันนี้เป็น Interview tips guide
เขาบอกควรมีติดไว้ตอนก่อนไปสัมภาษณ์ว่าเราควรเตรียมตัวอย่างไรบ้าง
เขาก็สรุปเป็นโน้ตย่อสั้นพอสังเขป อาทิเช่น
TipONE ค้นคว้าก่อนสัมภาษณ์  ศึกษาข้อมูลของบริษัท เช่น ลักษณะของธุรกิจ
ประวัติความเป็นมา เป้าหมาย วิสัยทัศน์ ก่อนเข้าสัมภาษณ์
เพื่อให้ตอบตัวเองว่าทำไมอยากร่วมงานกับองค์กรนี้
 
TipTWO ความประทับใจแรกสำคัญที่สุด 
การสร้างความประทับใจแรกในทางบวก จะมีผลต่อทัศนคติของผู้สัมภาษณ์อย่างมาก
จึงควรแสดงออกอย่างมืออาชีพ สุภาพ ยิ้มแย้ม สบตา
เพื่อร้างความประทับใจมากที่สุด
 
TipTHREE ฝึกแนะนำตัวตอบคำถาม
การเตรียมตัวและฝึกฝนจะทำให้สามารถแนะนำตัวเองได้อย่างประทับใจ
มีความมั่นใจ ในการตอบคำถาม โดยเฉพาะคำถาม
“ทำไมคุณถึงอยากร่วมงานกับบริษัท”
“เป้าหมายแล้วการวางแผนในอนาคต”
“จุดอ่อนและจุดแข็งของคุณเอง”
“คุณสมบติและความรู้ที่คุณมีและเป็นสิ่งที่บริษัทต้องการเป็นพิเศษ”
คือมันมีเป็นสิบๆข้อ เลยแนะนำไว้ดีมาก
แต่นี่ไม่ขยันพิมพ์ให้หมดหรอก
Thomson Reuters
Thomson Reuters
ส่วน 2 ใบนี้
ใบแรกจะเป็นตัวอย่างคำถามที่จะเจอแน่ๆ ถ้าคุณโดนสัมภาษณ์เขาบอกว่ายังไงก็หนีไม่พ้นคำถามพวกนี้ๆ ฝึกเตรียมตอบคำถามไว้เลยก็ได้ สวยๆ
ใบที่สอง จะเป็นแบบฟอร์มการเขียนเรซูเม่ที่ได้
อันนี้ฝ่ายรีครูซ ของบริษัท TR เขาเอาให้เองเลย
ว่าเรซูเม่ที่ดีควรจะอ่านง่าย ชัดเจน กระชับ ไม่ยืดยื้อ ไม่ควรเกิน 1-2 ใบก็พอ
ที่สำคัญคืออย่าตอแหลเขียนความสามารถที่เราทำไมได้ หรือไม่ได้เป็นจริงๆ
มันเสียเวลาเขา ที่ต้องมาสัมภาษณ์จากสิ่งที่คนเขียนเมกโอเวอร์เขียนมา
Thomson Reuters
Thomson Reuters
แต่ก็มีหลายเคสนะ ที่เขียนเรซูเม่ไม่เป็น แต่พอเรียกมาสัมภาษณ์แล้ว แล้วเก่ง มีความสามารถแต่ว่าไม่แสดงออกมา บางทีก็ทำให้พลาดโอกาสหรือเสียตำแหน่งงานที่เขาควรจะได้รับไปเลยก็มี
Thomson Reuters
Thomson Reuters
ภาพบรรยากาศภายในงาน
เรานั่งหลังสุดเลย หนาวมากกก วิวข้างๆตึก แอบสวย คือเด็กมาร่วมงานส่วนมากจะเป็นเด็กจุฬาซะส่วนใหญ่แต่เด็กบางมด ใช่ว่าจะไม่มีนะ เราแอบเห็นกลุ่มเด็ก CS มากันหลายคนอยู่ ข้างๆเราก็รู้สึกจะเป็นเด็กพระจอมเหมือนกัน ผูกไทคุ้นๆแน่ะ ต่อไปเราจะสรุปเทคนิคในการเขียนเรซูเม่ที่จดมาได้บ้าง ไม่ทันบ้าง

..

  1. ควรเขียนเรซูเม่เป็นภาษาอังกฤษ มันก็นะ..รู้ๆกันอยู่ว่าภาษามันสำคัญ ตำแหน่งที่เราจะไปสมัครก็ด้วยยิ่งเป็นบริษัทที่ทำโคกันข้ามชาติ ทั้งชาตินี้แล้วชาติหน้า ยิ่งต้องเขียนเป็นภาษาอังกฤษเลย
  1. ควรระบุชื่อไทยไว้ด้วย เพราะบางคนก็ชื่ออลังการพิสดาจริง ฝ่ายรีครูซเขาจะได้อ่านออก
  1. เบอร์โทรที่ระบุไว้ รวมถึงอีเมลในเรซูเม่ควร Active อยู่แล้วคุณใช้มันอยู่จริงๆเป็นประจำ
  1. ที่อยู่เป็น Optional (ขึ้นอยู่กับงานที่ไปสมัครว่าควรบอกไหม)
  1. จุดสำคัญที่รีครูซอยากอ่านมากที่สุดคือ Summary of qualifications 

ว่าเราถนัดหรือสนใจอะไรเป็นพิเศษ ควรเขียนให้ตรงกับตำแหน่งที่สมัครด้วยนะแก ไปสมัคร Programmer แต่เขียน Network ใครเขาจะรับละ ก็บอกไปว่าเราสนใจและถนัดเรื่องนี้ๆๆ

– Strong knowledge in C#

– Hand-on experiences using Java

 – Very good English

อะไรก็ว่าไป ง่าย สั้นๆ ได้ใจความ อ่านทีรู้เรื่องเลย ท่องไว้ว่า “ความสามารถที่ระบุไป ควรสัมพันธ์กับงานที่สมัคร”

  1. Senior Project ให้บอกชื่อ และอธิบายคร่าวๆว่าเกี่ยวกับอะไร แล้วเรารับผิดชอบหน้าที่อะไรบ้าง

ส่วนมากเขาจะอยากรู้ว่าคุณทำไรบ้างในโปรเจคจบ และใช้สกิลใดบ้างเทคนิคง่ายๆก็คือ อาจจะใช้คำว่าเราเป็น Key Person นะ ฉันสำคัญนะ เพราะฉันเป็นคนให้งานบรรลุไปได้ด้วยดีในทักษะด้านนี้

  1. ด้านการฝึกงาน ก็บอกไปฝึกที่ไหน หน้าที่อะไร ทักษะความรู้ที่ใช้มีไรบ้าง
  1. พวกรางวัลงานประกวด หรือใบเซอร์ที่เราก็เขียนระบุช่วงที่ได้รับมาเป็น ว/ด/ป
  1. ทุกๆรายละเอียดข้อมูลที่เราระบุไว้ในเรซูเม่ควรเป็นข้อมูลที่เป็นจริงเท่านั้น
  1. เช็คพวกฟอร์เม็ทต่างๆให้ถูกต้องตามหลักสากล เช่น แกรมม่า การเขียนอีเมล เบอร์โทร วันที่

เป็นจุดสำคัญง่ายๆ

  1.  ทำให้เรซูเม่ดูเป็นมืออาชีพ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องการใช้ฟอนต์การเลือกรูปภาพให้เหมาะกับตำแหน่งงานที่สมัคร เช่น สมัครเป็นแอร์โฮสเตส ก็ควรเลือกรูปที่ยิ้มแย้ม มั่นใจ สมัครเป็นผู้บริหาร หน้าตาก็ต้องดูเคร่งขรึม ดูจริงจัง ไรประมาณนี้ การเลือกใช้ชื่ออีเมลที่ส่งใบเรซูไปให้ฝ่าย HR ก็ควรตั้งให้มันดูมืออาชีพหน่อย การตั้งอีเมลแบบสก๊อยๆ ไรงี้ ไปสมัครตำแหน่ง CEO ก็ไม่ไหวปะ อ่าาาาาาส์

คร่าวๆก็ประมาณนี้ พักเบรก สิบห้านาที..

เขามีของว่างมาแจกด้วยนะแก มาลีน้ำผลไม้กล่อง กับซองน้ำตาลบรรจุขนมปัง
ลืมถ่ายไว้ให้แต่ขนมอร่อยดีอ่ะ เป็นพายไส้สัปปะรด กับ ครัวซองค์
พายอร่อยยยยยยม้ากกกกกก

 

Thomson Reuters
Thomson Reuters
นั่งกินอย่างหิวโหย พรางๆมองวิวไป ฟิน.. สูงมากจ้า
ต่อมาจะเกี่ยวกับการเทคนิคการสัมภาษณ์งาน
1. ควรจดวันเวลา สถานที่ในวันสัมภาษณ์จริง กันพลาด หลงลืมวัน
2.  มาถึงก่อนเวลา 15 นาที ถ้ามาถึงแล้ว ต้องติดต่อใคร ควรทราบก่อนมาถึง ดีกว่ายืนเอ๋อหน้างาน อาจทำให้เสียเวลาได้ อาจจะเดินสำรวจรอบๆที่เขาจัดให้รอเวลาสัมภาษณ์ แถวๆนั้นอาจจะมีใบปลิว แนะนำบริษัทก็อ่านๆไว้ก็ไม่เสียหายนิ
กรณีที่ฉุกเฉินมาสัมภาษณ์ไม่ได้ ควรทราบเบอร์ที่ต้องติดต่อกลับด้วย
ไม่ควรปล่อยเฉย ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ไม่มาโดยเงียบไปเลย คนสัมภาษณ์เขาจะรอโดยเสียเวลาเปล่าประโยชน์
3. ศึกษาบริษัท ดูตำแหน่งที่เรารับสมัครไปคร่าวๆ
อาจจะศึกษาจากเว็บไซต์ หรือดูจากสภาพแวดล้อมรอบข้าง ว่าเราโอเคไหม
4. เอกสารสำคัญ เตรียมให้พร้อม
5. ฝึกพูดแนะนำเป็นภาษาอังกฤษ ที่หน้ากระจก ซ้ำๆหลายๆรอบแล้วมองตัวเองในกระจก ว่าเราบกพร่องส่วนไหนถ้าคิดว่าดีแล้ว ลองให้คนอื่นดูว่าเราพูดโอเคมั้ย
6. กิจกรรมที่ทำในมหาลัย หรือทำร่วมกับผู้อื่น ถ้าเล่าได้ก็เล่าเลย บอกว่าเราทำอะไร เจออะไร แล้วเราพบปัญหาไร แล้วเราแก้ยังไง
7. พูดสำเนียงให้เป็น English language
8. ควรเตรียมคำถามเพื่อถามคนสัมภาษณ์ด้วยเพราะตอนท้ายๆ เขาจะเปิดโอกาสให้เราถามเขาบอก
ควรเตรียมคำถามในเชิงที่เราดูกะตือรืนร้น และใส่ใจสนใจ ในตัวบริษัท
เช่น
 
– “ผมได้ดู website มา ทราบว่าบริษัทมี product นี้ๆๆ ถ้าผมมีโอกาสได้เข้ามาทำงาน น่าจะได้ทำในส่วนโมดูลไหนครัช”
– “ถ้าในตำแหน่งนี้ทำ C# ตำแหน่งอื่นๆจะมีการใช้ Java ทำบ้างไหมครัช”
 
9. การแต่งกาย แน่นอนต้องสุภาพไว้ก่อน ถึงคุณจะคิดว่า ผมมีดีที่ความสามารถ ทำไมต้องแคร์เรื่องเสื้อผ้าหน้าผม เขาบอกว่า First impression นั่นสำคัญ ให้เกียรติสถานที่ และคนสัมภาษณ์ จะสร้างความประทับใจขั้นพื้นฐานแบบง่ายๆ
5-body-language-tips-for-your-next-job-interview-3-638
10. อย่าลืม Mute เสียงโทรศัพท์นะ
11. อย่าพูดแทรก , ดูนาฬิกาบ่อยๆ , มี Eye contract
12. คิดประโยค ขอผ่านคำถามนี้ได้ไหม เป็นภาษาอังกฤษด้วย เผื่อตอบไม่ได้จริงๆ
13. ท่องไว้ให้ขึ้นใจอีกว่า
“คำตอบทุกคำตอบที่เราบอกผู้สัมภาษณ์ ควรมีเหตุผลมา Support เสมอ”
เพราะเขามานั่งฟังเราตอบ อย่าคิดว่าเขาจะเข้าใจเราทุกอย่าง บางคนตอบกว้าง อ้อม นามธรรมมาก
ควรตอบให้เห็นภาพ ไม่ก็ยกตัวอย่างเหตุการณ์จริงๆไปเลย ว่าเราอยู่ส่วนไหนของเหตุการณ์ แล้วเรารู้สึกอย่างไงกับเรื่องนี้ ฯลฯ
14. อย่าลืมพูดขอบคุณ
12-easy-tips-how-to-shine-on-a-job-interview-13-638
โอ้ววววววววว เยอะม้ากกกทริคการสัมภาษณ์ จากนั้น เขาก็มีเคสตัวอย่าง  Interview Role Play
เป็น พนง.ในบริษัทเนี้ยะแหละ 2 คน เป็นตย.ที่ดี / ไม่ดี พี่เขาแสดงได้ดีนะ เราเห็นเลย เหมือนเป็นกระจกอะ เรารู้หมดว่าอะไรดี ไม่ดี แต่พอเจอเข้าจริงๆ ทุกอย่างแม่งตื่นเต้นแหละ ฉะนั้น เราว่าการเตรียมตัว ฝึกซ้อม คือเรื่องที่แนะนำอ่ะ พอจบ  Interview Role Play  เขาก็แบ่งกลุ่มย่อยๆ กลุ่มละ 6-8 คน แล้วแต่ละกลุ่มจะเข้าสู่การ Workshop จริง
เราโชคดีมากกกกก ที่กลุ่มเราได้คนเวิร์คช้อปไป HR ที่รับพนง.ของทอมสันจริงๆ พี่เขาทำงานตำแหน่งนี้มา เกิน 10 ปีแล้ว พี่แกน่ารักมากกก บอกเทคนิค ทริค เราเพียบมองดีๆ พี่เขาน่ากลัวนะ เราว่าออกแนวจิตวิทยาอ่ะ พวก HR จะมองคนเก่ง แค่เราคุยกับเขาไม่กี่ประโยค เขาคงอ่านใจเราออก ไรงี้ กลุ่มเวิร์คช้อปเรามี 7 คนประกอบด้วยเพื่อนเรา 3 คน แล้วก็ผช.อีก 4 คน ตอนแรกเราก็เกร็งๆ นะ มาจากมอไหนนะ สักพักแนะนำตัวปรากฏว่ามาจากบางมดเหมือนกัน เด็กวิดวะคอมพ์ ปี 3
อิอิ แก่กว่า ><
ค่อยยังชั่ว ตรงที่สกิลอิ้งเรากับเพื่อนหมูหมากาไก่ม้ากก กิจกรรมเวิร์คช้อปก็จะมีให้แนะนำตัวเป็นภาษาอังกฤษ แต่ละคนมีจุดบกพร่องแตกต่างกันไป พี่เขาก็แนะนำให้ทุกคนเลย ให้นำไปปรับใช้
(เวลาพูดแนะนำตัว เลี่ยงการใช้คำย่อ พวกชื่อคณะ ชื่อมหาลัย ควรบอกชื่อเต็มๆถึงจะยาวก็เหอะ)
 แล้วก็ทุกคนจะได้ทดลองตอบคำถาม ที่เขาสุ่มถามมา คนละนึงคำถาม ซึ่งคำถามแต่ละอัน ล้วนมาจากคำถามจริงในการสอบสัมภาษณ์จ้า
เช่น
– ทำไมถึงอยากเข้ามาร่วมงานกับบริษัทเรา?
– จุดเด่น และ จุดด้อยของคุณคืออะไร ?
– คุณมองตัวเองใน 5-10 ปีข้างหน้ายังไง?
– เพื่อนร่วมงานที่คุณอยากทำงานด้วยเป็นอย่างไร และถ้าไม่อยากละเป็นอย่างไง 
แล้วถ้าวันนึงเกิดคุณต้องทำงานร่วมกับคนในลักษณ์ที่คุณไม่ชอบ คุณจะทำยังไง
– คุณคาดหวังอะไรบ้างจากบริษัทเรา?
 
บอกเล้ยยยว่า ทุกคำถามมีอะไรแฝงซ่อนไว้อยู่มากมาย ที่คนสัมภาษณ์เขาต้องวัดบางอย่างกับคนถูกสัมภาษณ์ มาดูกัน!!
“ทำไมถึงอยากเข้ามาร่วมงานกับบริษัทเรา?”
ตย.คำตอบ
อยากทำงานในส่วนนี้
– อยากพัฒนาตัวเอง
– SW ที่ใช้พัฒนามีน้อยบริษัทที่ใช้ เป็นโอกาสดีๆที่ได้ใช้ได้ลอง
– ทราบมาว่าบริษัทพัฒนาแบบ Agile อยากจะมีส่วนรวมในโปรเจคนี้
(คำตอบควรดึงในส่วนที่เด่นๆ ของบริษัทมาตอบ)
 
 
“จุดเด่น และ จุดด้อยของคุณคืออะไร “
– เขาจะดูว่าคุณมีดีอะไร และไม่ดีอะไร
– ในจุดเด่นหรือข้อดี  ถามเพราะดูว่ามันมีประโยชน์ต่องานไหมที่เราสมัครมาไหม
– แล้วจุดด้อยที่ไม่ดี คุณพยายามจะปรับแก้ให้มันดีขึ้นไหม
หรือก็ปล่อยให้มันด้อย มันแย่อยู่อย่างงั้น
เขาจะดูว่าเราปรับปรุงพัฒนาตัวเองอะไรไปบ้างแล้วล่ะ
 
คุณมองตัวเองใน 5-10 ปีข้างหน้ายังไง”
– อยากเรียนต่อไหม (จะมีผลต่องาน ถ้าบริษัทเขาต้องการคนในระยะยาว ขึ้นอยู่กับบริษัท)
– อยากเป็นหัวหน้า (ดูการคิดต่อยอดของเรา)
 
 
 
“เพื่อนร่วมงานที่คุณอยากทำงานด้วยเป็นอย่างไร และถ้าไม่อยากละเป็นอย่างไง 
แล้วถ้าวันนึงเกิดคุณต้องทำงานร่วมกับคนในลักษณ์ที่คุณไม่ชอบ คุณจะทำยังไง”
– คำถามนี้ดูการปรับตัว การทำงานร่วมกับผู้อื่น
ว่าถ้าวันนึงเราต้องเฉพาะปัญหาดังกล่าว เราจะมีวิธีการรับมืออย่างไร
 
“คุณคาดหวังอะไรบ้างจากบริษัทเรา?”
คำถามนี้เราโดนถามเองแหละ
เราก็ตอบไปว่า
– คาดหวังว่าจะได้ร่วมงานกับบริษัท และได้รับเข้าในตำแหน่งงานที่สัมภาษณ์ไป…
ได้เจอเพื่อนร่วมงานที่ดี สังคมที่ดี บรรยากาศการทำงานที่ดี
พอเราตอบเสร็จ พี่เขาก็ติว่า
ไม่ควรพูดว่าที่ดี เพราะมันกว้างมาก คำว่าที่ดีของเรา
คนอื่นขาไม่รู้ว่าเป็นอย่างไง
ควรอธิบายให้ชัดเจนกว่านี้
ตอบในเชิงกระตุ้นมากว่านี้
จ้า บาย 55555555555555555 ตื่นเต้น ตอบไรไม่ถูก
Job-Interview-Tips
สรุปโดยรวมกับการมางาน
Start Your Career Confirmation ครั้งนี้ ประทับใจมากค่ะ  เอาไป 8.5/10
Continue Reading