ไปเที่ยวรัสเซีย กินอะไรดี แจกโพย มหากาพย์ 22 ร้านอาหารรัสเซีย และแหล่งลับ ๆ ที่ไปเจอ

ไปเที่ยวรัสเซีย กินอะไรดี แจกโพย มหากาพย์ 22 ร้านอาหารรัสเซีย และแหล่งลับ ๆ ที่ไปเจอ

เวลาแพลนไปเที่ยวที่ไหนสักที มันจะสนุกตรงช่วงที่พอได้ที่พักโรงแรมที่จองแน่นอนแล้ว เราจะพยายามหาร้านอาหารรัสเซีย แหล่งของกิน ตลาด คาเฟ่ใด ๆ ที่อยู่ในละแวกใกล้เคียง และยัดลงตารางกินของแต่ละวัน เพื่อให้ไม่พลาดว่าต้องไปกินร้านนี้ หรืออย่างน้อยว่าที่ไม่รู้จะกินอะไร ก็จะมีรายชื่อร้านอาหารในใจ พร้อมภาพเมนูอาหารในจินตนาการไว้ตลอดทริป

ทริปรัสเซีย 12 วัน 11 คืน
เกิดขึ้นช่วงปี 2019 ช่วงตุลาคม ซึ่งฤดูที่ไปคือ ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี (จนเกือบจะร่วง) โดยมันจะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง เมืองไทยมันไม่มีฤดูนี้อ่ะ บวกกับคิดว่าฤดูกาลนี้ไม่ใช่ High Season และก็ไม่ใช่ Low Season
อุณหภูมิไม่ได้หนาวเยือกหิมะแข็งหูเย็น แต่ก็ไม่ได้ร้อนแบบใส่เสื้อยืดได้ เราก็อยากได้ฟีลหนาว ๆ พอให้ใส่เสื้อขนเป็ด โค้ตคอเต่า แบบที่ไม่มีทางใส่ได้ที่ไทย

ความกังวลตอนแรกไม่ได้ตั้งความหวังกับรสชาติอาหารรัสเซียมากนัก เพราะฝังหัวว่าอาหารยุโรปจะเลี่ยน มีแต่แป้ง คงสู้อาหารไทยไม่ได้หรอก ซึ่งเอาจริง โดยส่วนตัวก็สู้ไม่ได้แหละ เพราะเราชอบอาหารไทยเป็นอันดับหนึ่งเสมอ ด้านอูมามิ ความแซ่บ มิติของรสซับซ้อน มันก็ต้องกินอาหารไทย


แต่พอจบทริปแล้ว มาคิดดูแล้วโดยรวมประทับใจเกี่ยวกับอาหารที่รัสเซียแทบจะทุกมื้อเลยแหะ
อร่อยกว่าที่คิด สนุก และก็เปิดโลกทัศน์ดี
และที่สำคัญ Budget ทั้งหมดทั้งมวลทั้งทริปคือหมดไปไม่ถึง 40,000 THB ด้วยซ้ำ จริง ๆ ประหยัดได้มากกว่านี้ แต่ซื้อของจิปาถะไร้สาระไปเยอะ ด้วยความที่ค่าครองชีพรัสเซียไม่ได้สูงมาก พอ ๆ กับบ้านเราแหละ ถ้าใช้ชีวิตอยู่แถวย่านสุขุมวิทได้ ราคาอาหารแทบไม่ต่างกัน เราสามารถจัดการความหนักเบา ถูกแพงได้ โดยบางมื้อก็ทำอาหารกินเองในห้องพักที่จองผ่าน Airbnb เขามีครัวพร้อมเครื่องปรุงพื้นฐาน เลยประหยัดไปได้เยอะ เดี๋ยวตอนท้ายจะมาแจกแจงค่าใช้จ่ายคร่าว ๆ ให้ฟังค่ะ

เราหาข้อมูลเก็บไว้เยอะ จึงอยากเอามาแชร์แบ่งปันให้คนอื่นได้ไปลองกินตามเราบ้างค่ะ
เน้นกินไม่อลังการ แต่หลากหลาย แนะนำว่าให้ทุกคนเช็คพวกวันเวลาเปิด-ปิดร้านทั้งหมดดูอีกทีก่อนจะไปนะคะ จะได้ไม่พลาดเสียเที่ยว และราคาที่แจ้งเป็นราคาประมาณคร่าว ๆ อาจจะไม่อัพเดทล่าสุดแล้ว


มหากาพย์ 20 ร้านอาหารรัสเซีย

เริ่มต้นที่เมืองแรก เซ็นต์ ปีเตอร์สเบิร์ก (Saint Petersburg)
5 วันเต็มที่ซึมซับกับเมืองนี้

1. Pel’meniya (คาเฟ่ที่เน้นขายเกี๊ยว)
พิกัด: https://goo.gl/maps/RroRRag1hAJxSKG5A

ประเดิมร้านแรกด้วยการกินเกี๊ยวรัสเซีย อยู่ใกล้ที่พักเรา เดินไม่กี่บล็อกก็ถึง เราไปถึงประมาณบ่าย 2-3
นี่คือร้านโปรดของทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว เพราะเขาเชี่ยวชาญเรื่อง “เกี๊ยว” จากทั่วทุกมุมโลก (Dumplings of the world)
บรรยากาศในร้านไม่พลุกพล่าน มีคนนั่งกิน 2 โต๊ะ ไฟโทนสีส้ม สลัว อบอุ่นแต่ไม่ได้สว่าง ร้านนี้เน้นขายแต่เกี๊ยว ลาวิโอลี่ไส้ต่าง ๆ

ราคาน่ารัก ไม่แพง เป็นร้านที่มีแต่ เกี๊ยวรัสเซีย เป็นอาหารพื้นเมือง และมีเกี๊ยวจากหลากหลายประเทศให้เลือกลอง ทั้งแบบรัสเซีย เยอรมัน และฝั่งเอเชียเอง เยอะมากค่ะ เน้นความประณีตและการเสิร์ฟที่สวยงามด้วย มีลาวิโอลี่ไส้ต่าง ๆ ให้เลือกมากกว่า 20 ชนิด เมนูภาษาอังกฤษไม่มีรูปภาพ เราเลยยื่นภาพอาหารที่เตรียมไว้ให้พนักงานดู เขาก็เข้าใจ

  • Khanum (280 RUB ~ 140 บาท)
    เกี๊ยวห่อไส้ต่าง ๆ 5 ชิ้น: ฟักทอง, เห็ด, ผักโขม, บลอคโคลี่, มะเขือม่วง จิ้มซอส Sour Cream หรือสั่งซุปทานคู่ อร่อยทุกไส้ ชอบฟักทองที่สุด

  • Manti Uighur lamb with vegetables (480 RUB ~ 240 บาท) 
    เกี๊ยวไส้เนื้อแกะ เสิร์ฟพร้อมขิงดอง อารมณ์คล้ายเกี๊ยวซ่าเวอร์ชั่นต้มบ้านเรา น้ำจิ้มเปรี้ยวโดยรวมธรรมดา

เครื่องดื่ม: Milk Shake ไม่หวานมาก และน้ำส้ม รสชาติกลาง ๆ

ร้านราคาไม่แรง พนักงานบริการดี สามารถนั่งแช่นาน ๆ ได้ บรรยากาศสบาย เงียบสงบ เปิดเพลงดนตรีคลอกล่อมเบาเบาเล็กน้อย เมื่อเทียบกับการตกแต่งร้านและคุณภาพอาหาร ถือว่าคุ้มราคามาก แนะนำมากค่ะร้านนี้


2. Crab Story  (ร้านอาหารทะเล)

พิกัด: https://goo.gl/maps/ou7fQjybArAy7Yqa8
มื้อเย็นเน้นกินปู อยู่ไม่ไกลจากร้านเดิม
ร้านนี้ดังในหมู่คนไทยที่ไปเที่ยวรัสเซีย เน้น ปูอลาสก้า และซีฟู้ด เช่น ปลาคอท หอยนางรม หอยเชลล์ กุ้ง
บรรยากาศหรู มีโซนกึ่งบาร์ เหมาะมาดินเนอร์

  • Red King Crab (Kamchatka crab or Alaskan King crab)

    • 1 คน (350-400 กรัม) – 1700 RUB ~ 850 บาท
    • 2 คน (700-800 กรัม) – 3000 RUB ~ 1500 บาท
    • แชร์หลายคน (1500 กรัม) – 5000 RUB ~ 2500 บาท
      เสิร์ฟแบบเย็น เนื้อแน่น สดจริง
      ปล. ร้านมีเลม่อนแช่น้ำให้ล้างมือ

  • Crab Salad
    เนื้อปูกับแตงกวา มะเขือเทศ บีทรูท สดชื่น รสเย็นกรอบ
  • Pasta
    เส้นดำซอสครีม มีปลาแซลม่อน ไข่ปลา และไข่นกกระทา แต่งด้วยดอกไม้ จานสวย รสชาติดี

ร้านวัตถุดิบดีเลิศ บริการดี เอาใจใส่ลูกค้าเต็มสิบอาจจะเพราะคนน้อยด้วย ช่วงที่ไปนั่งทานค่ะ
ที่เป็นที่กล่าวขานกันในนักท่องเที่ยวคนไทยหลายๆ คนว่าอร่อย และที่สำคัญ ปริมาณสมกับราคา 

อัพเดทสถานการณ์ล่าสุดปี 2025 ร้านนี้ได้ปิดถาวรไปแล้วค่ะ
น่าเสียดายมาก 
แต่มีร้านเดินไปใกล้ ๆ ชื่อ Burger&Crab ห่างจากร้านเดิม 300 เมตร เปิดอยู่

https://maps.app.goo.gl/6FbBWMyLR4u6DkX27
ซึ่งจากรีวิวพบว่าเป็นร้านเบอร์เกอร์ที่อร่อย วัตถุดิบสดใหม่ บริการรวดเร็ว เมนูมีไม่มากแต่หลากหลาย คนรักอาหารทะเลน่าจะต้องชอบ
และร้านมี 2 ชั้นค่ะ คือชั้นล่างและชั้นใต้ดิน ใครที่อยากกินปู ชอบซีฟู้ดน่าจะเหมาะกับร้านนี้ค่ะ


3. Bushe (ร้านเบเกอรี่)
พิกัด: https://goo.gl/maps/qtJVnTjgvLEkC8Jv9


คาเฟ่เบเกอร์รี่ มีสาขาทั่วเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กและมอสโคว เป็นหนึ่งในเครือข่ายร้านเบเกอรี่และคาเฟ่ที่โด่งดังและเป็นที่รักของคนรัสเซียในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กด้วยค่ะ (มีมากกว่า 70 สาขาทั่วเมือง)
ตั้งใจมาลอง โกโก้ แต่ตอนนั้นอิ่มแล้ว เลยสั่งเค้กและช็อกโกแลตร้อน แทน ชอคโกแลตร้อนอร่อย ไม่หวานมาก

เอกลักษณ์ของร้านนี้คือไม่ได้เป็นแค่ร้านขนมปังธรรมดา แต่มีปรัชญาการทำอาหารที่เน้นความสดใหม่ “No crumb is left behind” (ไม่เหลือแม้แต่เศษขนมปังบนจาน)
บรรยากาศในร้านจะออกแนวอบอุ่น ทันสมัย (Cozy & Modern) และมักจะมีที่นั่งริมหน้าต่างให้ชมวิวเมือง
มีความคึกคัก เป็นแหล่งที่คนหนุ่มสาวมานั่งนัดพูดคุยกัน และที่สำคัญชั้นสองมีห้องน้ำสะอาดฟรี

เมนูแนะนำ (Must-Try):

  • Venzels with Raspberries: เป็นขนมพัฟหน้าเวย์เบอร์รี่ที่โด่งดังที่สุดของร้าน (ขายได้มากกว่าปีละ 1 ล้านชิ้น!)

  • Cheese Croissant: ครัวซองต์ชีสที่หลายคนรีวิวว่าเลเยอร์แป้งบางกรอบและชีสเข้มข้นมาก

  • แซนด์วิชปลาเรดฟิช (Red Fish Sandwiches): เหมาะสำหรับมื้อกลางวันเบาๆ

  • ซุปครีมฟักทอง (Pumpkin Cream Soup): เมนูยอดฮิตในช่วงที่อากาศหนาว


4. Pyshechnaya (ร้านโดนัท)
พิกัด:https://goo.gl/maps/AB6yrWPdY62Xpjkj7

ร้านนี้ไม่ใช่แค่ร้านโดนัทธรรมดา แต่เป็น “ตำนานที่มีชีวิต” ของเมืองนี้เลยเปิดมากว่า 100 ปี เขารักษามาตรฐานและสูตรเดิมมานานกว่า 60 ปี จนถูกจดทะเบียนเป็น “โบราณสถานทางวัฒนธรรม” ของเมือง ห้ามใครมาเปลี่ยนรูปโฉมหรือเมนูเด็ดขาด เมื่อก้าวเข้าไป จะรู้สึกเหมือนย้อนเวลากลับไปยุคสหภาพโซเวียต มีคุณปู่ คุณย่ามานั่งกินกันเป็นปกติเหมือนที่ไทยก็คงเป็นร้านน้ำชา หรือโกปิ้ ซึ่งร้านนี้เอกลักษณ์ตั้งแต่การตกแต่งร้าน ไปจนถึงกระดาษรีไซเคิลแผ่นเล็กๆ ที่ใช้แทนทิชชู่เพื่อคีบโดนัท 

เราสั่งโดนัท 2 ชิ้น ชิ้นละประมาณ 6 บาท
คำแรกกัดปุ๊บ “โอ้วโหย ดีอ่า ไม่หวานไป ไม่อมน้ำมัน” คล้ายปาท่องโก๋ผสมพอนเดอริง โรยไอซิ่งพอดี เป็นโดนัทวงกลมทอดสดๆ ร้อนๆ เนื้อนุ่มฟู โรยด้วยไอซิ่งขาวโพลน แนะนำว่าต้องสั่งอย่างน้อย 3-4 ชิ้นถึงจะฟินแต่เรากินอย่างอื่นมาก่อนหน้านี้แล้ว จึงลองแค่ชิ้นเดียว

บรรยากาศร้านมีคนทุกวัย เด็กเล็กกับแม่ คนเฒ่า คนหนุ่มสาว ร้านไม่ใหญ่แต่คนเข้าออกต่อเนื่อง โต๊ะมีแผ่นกระดาษเล็กให้จับโดนัทไม่เปื้อนมืออยู่แทบทุกโต๊ะเลยจริง ๆ ค่ะ ในร้านมักจะมีแมวส้มตัวอ้วนชื่อ Ryzhik คอยต้อนรับลูกค้า เป็นมาสคอตประจำร้านที่ทุกคนเอ็นดู ซึ่งเราก็เจอแมวส้มด้วยจริง ๆ 
ใครแวะโบสถ์คาซาน ต้องแวะร้านนี้ และที่สำคัญร้านนี้เน้นรับ เงินสด (Rubles) เป็นหลัก และมักจะมีแถวยาวเหยียดโดยเฉพาะช่วงวันหยุด แต่แถวจะรันไวมากค่ะ ยืนคอยแปปเดียวก็ถึงคิวแล้ว


5. SPAR Express (ซุปเปอร์มาร์เก็ต)
พิกัด: https://goo.gl/maps/fYBNQ88zfvJTdjPY9

ซุปเปอร์มาเก็ตสัญชาติเนเธอร์แลนด์ เป็นแบรนด์สากลที่มีสาขาเยอะมากในยุโรป มีผักสด ผลไม้สด ขนมปังนมเนย โยเกิร์ต สลัด อาหารปรุงสุกขายแบบคิดราคาตามน้ำหนักที่ชั่ง ร้านได้ตามมาตราฐานยุโรป ใหญ่ดีค่ะ แวะเข้าไปเดินเล่นก่อนที่จะเดินไป พิพิธภัณฑ์ไข่ฟาแบร์ Faberge Museum ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เราชอบที่สุดในบรรดาทั้งหมดทุกที่ของรัสเซีย เพราะมันไม่ใหญ่ ไม่เล็กเกิน คนไม่แอร์อัด ของพรีเมี่ยมให้ดูเพียบแต่ไม่เยอะจนเอียนให้ปวดหัว จัดแสงสวย ดีงามมากแนะนำค่ะ บัตรอาจจะแพงกว่าที่อื่นนิดนึงแต่ประสบการณ์ที่ได้รับคุ้มค่าตั๋วแน่นอน!


6. Birch (ร้านอาหารที่แนะนำ)
พิกัด: https://goo.gl/maps/U5bYYbSHBzNk6svR9

อยากบอกว่าคุณจะพลาดร้านอื่นทั้งหมด ที่ฟางบอกไปใน blog นี้ก็ได้ แต่ห้ามพลาดร้านนี้เด็ดขาด! เพราะร้านนี้โดยส่วนตัวคิดว่านี้คือร้านอาหารรัสเซียที่ดีที่สุดในบรรดาทั้งทริป 12 วัน ประทับใจทุกสิ่งอย่างค่ะ

เหตุผลที่ตอนแรกอยากมาร้านนี้เพราะทุกมื้อของตอนเย็นแต่ละวัน ตั้งใจไว้จะหาร้านดีดีในเมืองที่อยู่กินวันละร้าน และร้านนี้รูปใน google local guide ก็สวยดึงดูดเหลือเกิน ทั้งภาพรวมในร้าน การจัดจาน ส่วนประกอบอาหาร สร้างภาพชวนให้เราอยากไปลอง

พอไปถึงหน้าประตูหน้าร้านเล็กๆ ไม่ใหญ่ แต่สูง จำได้ว่าฝนตกหนักมาก ใส่เสื้อกันฝนแล้วเดินเข้าไปส่วนรองรับที่ถอดชุด พนักงานก็ถามว่า “ได้จองมาก่อนไหม” ซึ่งเราไม่ทราบมาก่อนว่าต้องจอง ตอนนั้นเป็นช่วงเย็นด้วยแหละ คนจะเยอะเป็นพิเศษ ก็เลยบอกว่า “ไม่ได้จองมาค่ะ” ทำให้เราต้องเปลี่ยนแผนเดินคอตก ทำท่าจะเดินออกจากร้านหาที่ใหม่แล้ว พนักงานคนเดิมรีบหันมาบอกว่า “มีโต๊ะหลุดคิวจองมาพอดี สนใจจะเข้ามาทานไหม”

เย้..อย่างน้อยเราก็ยังมีบุญเหลืออยู่บ้าง พอเข้าไปในร้าน รู้สึกว่าร้านมันก็ไม่ได้ใหญ่อะไร โต๊ะมีไม่กี่ที่ ครัวเป็นแบบ Open เราได้นั่งบาร์โต๊ะยาวกลางร้านเลย สักพักก็มีพนักงานเอาเมนูมาให้ ยอมรับว่าหิวมากกก!

เปิดทางไปจองโต๊ะ แนะนำให้จองก่อนชัวร์สุด
https://birchrestaurants.com/

Starter
ความมีสตอรี่ของร้านนี้คือ ทุกๆจานก่อนจะเสริฟ จะมีเชฟเดินมาเล่าเรื่องราวของอาหารจานนี้ให้คุณกิน #น่ารักมาก

  • Corn Bread with Onion (190 RUB ~ 95 บาท)

    เหลือบมองโต๊ะข้างๆ ทั้งซ้ายและขวาเขาสั่งกันทุกโต๊ะ เลยอยากลองบ้าง มันต้องเด็ดซิ่นะ
    กรอบนอก นุ่มใน หอมข้าวโพด มีน้ำมันมะกอกมาให้จิ้มด้วย แต่กินขนมปังเปล่าๆ อร่อยสุด ข้าวโพดเม็ดที่โรยมาข้างล่างแข็งมาก ไม่แนะนำให้กิน

  • Beef Brisket and Eggplant (490 RUB ~ 245 บาท)

    เนื้อวัวนุ่มเหมือนลิ้น ซอสกลมกล่อม บีทรูทเปรี้ยวหั่นเต๋าตัดรส เป็นเนื้อส่วน เสือร้องไห้/เนื้อส่วนอกและมะเขือยาว) เนื้อ Brisket ที่ผ่านการเคี่ยวจนเปื่อยจะมีความนุ่มหนึบ เข้ากันได้ดีกับมะเขือยาวที่ดูดซับน้ำซุปจนฉ่ำอร่อยน้ำตาแทบไหล  มันจะดูดซับไขมันและรสชาติจากเนื้อ Brisket ไว้ทั้งหมด ทำให้มะเขือยาวในจานนี้อาจจะอร่อยกว่าเนื้ออีก มะเขือยาวเมื่อสุกแล้วจะมีความเป็นครีม (Creamy) การทานคู่กัน ใครจะไปคิดว่ามันเข้ากันไปหมด สั่งเถิดนะถ้าไปลอง!

  • Salmon Fillet Roasted Barley and Citrus Sauce (530 RUB ~ 265 บาท)

    เนื้อแซลม่อนย่างกับข้าวบาเล่ย์กับซอสอมเปรี้ยว ผักเคียงเป็นหน่อไม้ฝรั่ง เป็นเมนูที่เน้นสุขภาพและมีความซับซ้อนของเนื้อสัมผัส (Texture) ที่ดี ความมันของปลาแซลมอนจะถูกตัดด้วยความเปรี้ยวสดชื่นจากซอสส้ม และมีความหนึบหนับจากข้าวบาร์เลย์คั่ว จานนี้ดีไม่แพ้เพื่อนเลย

  • Kaffir lime Jelly ของหวานคั่นล้างปาก (Palate Cleanser) เคลียร์กลิ่นคาวในปากดีมาก เพื่อเปิดต่อมรับของหวานในจานถัดไป


    เสิร์ฟฟรีก่อนของหวานจริง คล้ายสมูสตี้โยเกิร์ต เปรี้ยวสดชื่น

  • Coconut and Mango, Pineapple and Kaffir lime (350 RUB ~ 175 บาท)

    ข้างบนเป็นครีมมะพร้าวหวาน มีแผ่นมะพร้าวกรอบ ข้างล่างเป็นมะม่วง เม็ดเลม่อนด้านบน เสิร์ฟในกะลามะพร้าว 
    เมนูนี้คือการผสมผสานรสชาติแบบ Tropical (เขตร้อน) ที่สดชื่นมากๆ เป็นการนำวัตถุดิบไทยมาทำให้ดูหรูหราและมีมิติมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้ ใบมะกรูด (Kaffir lime) มาดึงกลิ่นให้โดดเด่น จานนี้ให้ความคิดสร้างสรรค์ 10/10

  • Hazelnut Mousse, Chocolate and Baileys Ice-cream (290 RUB ~ 145 บาท)

    มูสนุ่ม โรยเกล็ดชอคโกแลต เฮลเซลนัท ข้างล่างเป็นคาราเมล ข้นแต่รสชาติดี  นี่คือเมนูขนมหวานที่หรูหรามากเลย ความมันของ Hazelnut, ความเข้มข้นของ Chocolate และกลิ่นอายของเหล้า Baileys ในไอศกรีม แอลกอฮอล์ใน Baileys จะช่วยให้ไอศกรีมมีเนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่มขึ้น (ไม่แข็งเป็นเกล็ดน้ำแข็ง) เป็นส่วนผสมระดับ Fine Dining แต่ราคาดีมาก ดูออกว่าเขาตั้งใจทำออกมา

ราคาเหมาะสม บริการประทับใจ ไม่มีแบ่งชนชั้น
https://birchrestaurants.com/

Tip: ร้านอาหารรัสเซียบางแห่งมี Service Charge หากไม่มีเขียนบนบิล แนะนำทริปค่าอาหารพนักงาน 5-10%


7. Leo Grill & Pizza (ร้านพิซซ่า)
พิกัด: https://goo.gl/maps/S7v9qg1RM8ZDV3dh7

ร้านเจอหลังเดินเที่ยวพระราชวังแคทเธอริน (Pushkin) แถวนี้มีโรงเรียน มหาลัย และหอพักเยอะ ต้นไม้เขียวขจี น่าอยู่ ร้านมี 2 ชั้น เราเลือกนั่งชั้นแรกข้างหน้าต่าง 
บรรยากาศร้านอบอุ่นและเป็นกันเองมาก แต่เหมือนไม่ใช่ช่วงเวลากินข้าวกันตอนเราไปคนแทบไม่มีเลย

  • Pizza with Egg and Prosciutto (420 RUB ~ 210 บาท)
    พิซซ่าสไตล์เนเปิลส์แท้ แป้งบาง เหนียว ตรงกลางนุ่ม มีไข่สดและแฮม เป็นพิซซ่าสไตล์อิตาเลียนที่ลงตัวมาก เพราะความเค็มของพรอชุตโต้ (Prosciutto) ตัดกับความมันของไข่ดาวตรงกลางได้อย่างดีเยี่ยม
  • Borshch (290 RUB ~ 145 บาท)
    ซุปสีแดงประจำชาติรัสเซีย ทำจากบีทรูท เสิร์ฟพร้อมครีมรสเปรี้ยว ร้อนๆ เหมาะกับอากาศหนาว คนไทยมักเรียกว่า ซุปบอร์ช คือเมนูซุปที่มีความสำคัญมากในวัฒนธรรมสลาฟ (Slavic) โดยเฉพาะในยูเครนและรัสเซีย รสชาติจะมีความกลมกล่อมสามรส คือ หวานจากผัก เปรี้ยวเล็กน้อยจากน้ำส้มสายชูหรือมะเขือเทศ และมันจากครีมเปรี้ยว (Sour Cream)

8. Tsarskoselsky market (ตลาดสด)
พิกัด: https://goo.gl/maps/SJ3tEVQbzBijAcAw5

ตลาดเล็กๆ ของสด ราคาถูก โดยเฉพาะผักผลไม้ มีผลไม้หลายชนิด ผักเมืองหนาวให้เลือกเยอะ ฟีลบ้านๆ
คนท้องถิ่นเรียกว่า “ตลาดพุชกิน” (Pushkin Market) เป็นสถานที่ที่ถ้าใครเที่ยวพระราชวังแคทเธอรีน (Catherine Palace) แล้ว อยากให้ลองแวะไปสัมผัสบรรยากาศแบบวิถีชีวิตคนรัสเซียจริงๆ

ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องความสดและคุณภาพดี เดิน ๆ ไปเราจะเห็นแผงขายผลไม้เบอร์รี่สดๆ หรือผักพื้นเมืองที่ชาวบ้านนำมาวางขายเอง
Tip:
ใช้ Google Translate สแกน Text จากป้ายราคาถ้าอ่านไม่ออก

ตลาดมีเอกลักษณ์แบบย้อนยุคเล็กน้อย สะอาด และเป็นระเบียบดีค่ะ

ซึ่งที่พักของเรามีตู้เย็น เลยตัดสินใจซื้อผลไม้ไปตุน เพิ่มวิตามินระหว่างที่เที่ยวอยู่ในเมืองเซนต์ปีเตอร์เบิร์กนี้ เพราะอาหารในแต่ละมื้อก็อาจจะไม่ได้ผัก ผลไม้ พอเพียงต่อความอยากของเรา ปกติอยู่เมืองไทยก็ต้องกินผลไม้ล้างปากบ้างเพื่อให้จบมื้อนั้นสมบูรณ์

อย่าลืมล้างผลไม้หลายๆ น้ำหน่อยก่อนปอกทานนะคะ


9. City Grill (ร้านเบอร์เกอร์และของทอด)
พิกัด: https://goo.gl/maps/RG1mrNeVzgmh7boA8

หรือที่หลายคนเรียกว่า City Grill Express เป็นร้านเบอร์เกอร์ชื่อดังในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กที่ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นและนักท่องเที่ยวที่มองหาอาหารอร่อยในราคามิตรภาพ
ร้านนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในร้านเบอร์เกอร์ที่ดีที่สุดในเมือง (Best Burgers in SPB) และมีบรรยากาศที่สบายๆ สไตล์อเมริกันค่ะ เขาเด่นและดังเรื่องเบอร์เกอร์ มีหลายสาขา
เพื่อนร่วมทริปสั่งสเต็กมา ราคาราว ๆ 500 RUB มาให้ตามคำบอกเล่า ถือว่าดี บรรยากาศร้านอารมณ์คล้ายๆ ร้าน Bushe แต่มืดกว่า ไฟส้มสลัว ถ่ายรูปออกมาไม่สวย เป็นจุดนัดพบวัยรุ่นมานั่งคุยอ่านสือติวการบ้าน อยากให้ที่นั่งแช่ มองแอ๊วเด็กรัสเซียก็มาได้


10. Stroganoff Steak House (ร้านสเต็กเก่าแก่ในรัสเซีย)

พิกัด: https://goo.gl/maps/tTFEDCjCtH3fHY1m6

ร้านเก่าแก่ของรัสเซีย เมนูเด่นคือ “Stroganoff” สตูว์เนื้อหั่นเต๋ากับซอสข้นครีมมี่ผสมเห็ด
ก่อนไปเราหาข้อมูลมาว่า หากต้องการมองหาประสบการณ์การทานสเต็กระดับพรีเมียมในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก Stroganoff Steak House คือร้านที่ “ต้องไป” เพราะที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในร้านสเต็กที่ดีที่สุดและใหญ่ที่สุดในรัสเซีย (และอาจจะในยุโรปด้วย)

ร้านนี้ตั้งอยู่ในอาคารประวัติศาสตร์ที่เคยเป็นโรงเรือนเก็บม้าของกองทหารม้าองครักษ์ (Horse Guards) บนถนน Konnogvardeyskiy Boulevard 4 ซึ่งอยู่ใกล้กับอาสนวิหารเซนต์ไอแซค (St. Isaac’s Cathedral) 
ร้านตกแต่งสไตล์คลาสสิกอเมริกันผสมผสานกับความคลาสสิกของรัสเซีย มีกำแพงอิฐแดงดั้งเดิม พื้นไม้ และเก้าอี้หนังสีเข้ม ให้บรรยากาศที่อบอุ่นและภูมิฐาน เหมาะสำหรับมื้อค่ำมื้อ

โดยรวมเรารู้สึกไม่ได้ว้าวหลังจบมื้อค่ำ เมนูส่วนมากที่สั่งมาก็เฉยๆ แต่เรื่อง Service mind ดีมาก  พนักงานที่นี่มีความเป็นมืออาชีพสูง มีโซนเปลี่ยนเสื้อโค้ท ฝากของ แบ่งสัดส่วนชัดเจน
บรรยากาศร้านค่ำๆ มืด ๆ โรแมนติกสุด เหมาะแก่การเดท หรือขอแต่งงานแบบเงียบ ๆ ไม่เอิกเกริก
พื้นที่กว้าง มีหลายโซน ห้องน้ำสะอาด บริกรแนะนำเมนูละเอียดยิปและที่นี้มีแต่พนักงานที่เป็นผู้ชายล้วนเท่านั้นค่ะ

    • Green Salad with Vinaigrette(100 RUB ~ 50 บาท)
      สลัดผักรวมกับน้ำสลัดไวนิเกรต ผักสดกรอบดี

       

    • Onions Ring (260 RUB ~ 130 บาท)
      หอมทอดอมน้ำมันมาก ทอดไว้นาน น้ำจากเนื้อหอมใหญ่จึง ค่อยๆ ซึมออกมาที่ชั้นแป้ง ทำให้แป้งเปียกจากด้านในสู่ด้านนอก ไม่กรอบ เดาว่าตอนทอดใช้ไฟอ่อนเกินไป แป้งเลยจะอมน้ำมันไว้เยอะ เมื่อทิ้งไว้ให้เย็นลง น้ำมันที่อยู่ในแป้งจะทำให้มันนิ่ม & เลี่ยน และยังเสิร์ฟอันนี้ช้าอีกช้า ไม่ผ่าน

 

  • Beef Stroganoff Steak (1190 RUB ~ 590 บาท)

    เมนูแนะนำ Signature ของร้าน รสชาติดี เนื้อไม่เหนียว ซอสคล้ายคาโบนาร่า เคี้ยวเจอเห็ดลงตัว


  • Grilled Chicken Farm with Corn (890 RUB ~ 445 บาท)
    สเต๊กไก่กับข้าวโพด ข้าวโพดไม่สุกทั่ว กัดแล้วเฝื่อน ไก่ธรรมดาม้ากมาก คาดหวังเยอะไปแต่มันผิดหวังง่าาาา

โดยรวมใครชอบกินเนื้อควรมาลอง มีเนื้อพรีเมียมให้เลือกเยอะ ราคาหลากหลาย แต่โดยรวมไม่ขอไปซ้ำถ้ามีโอกาสเพราะไม่ประทับใจอาหารจานรองอื่น ๆ คือไม่ได้เลย


เปลี่ยนเมืองมาที่ Moscow นั่งรถไฟ speed มาเช็คอินที่พักและเที่ยวต่อ

11. Natura Siberica (ร้านขายเครื่องสำอางออร์แกนิก)

พิกัด: https://goo.gl/maps/yU9cbQfwmmNurt9u6


Natura Siberica (นาทูร่า ไซเบอริกา) เป็นแบรนด์เครื่องสำอางและสกินแคร์ออร์แกนิกสัญชาติรัสเซียที่โด่งดัง และเป็นหนึ่งในของฝากยอดนิยมที่สุดที่คนไทยมักซื้อกลับมาจากเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก
ใช้สมุนไพรจากไซบีเรีย โดยสารสกัดจากพืชพรรณที่เติบโตในสภาพอากาศที่หนาวจัดของไซบีเรียนี้ มีสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) สูงมากเพื่อความอยู่รอด และเขามีหลายสาขา คล้าย Beauty Buffet ของไทย
ร้านคลีนๆ เรียบๆ  หมือนเข้าไปในป่าไซบีเรีย ราคาน่ารักเคลมอ่อนโยน ปลอดภัย 100% เพราะเป็นแบรนด์รัสเซียแบรนด์แรกที่ได้รับการรับรองมาตรฐานออร์แกนิกจากยุโรป (เช่น ICEA, ECOCERT, COSMOS)

เราได้ครีมมาร์กหน้าและเซรั่ม พอเข้าไปในร้านมีเสิร์ฟชาร้อนแก้วกระดาษให้ดื่มคลายหนาว ราคาสมเหตุสมผล
เมื่อซื้อที่รัสเซีย ราคาจะถูกกว่าเคาน์เตอร์แบรนด์ในไทยหรือยุโรปมาก
เว็บไซต์: https://naturasiberica.ru/


12. Pho 5 (ร้านอาหารเวียดนาม)

พิกัด: https://goo.gl/maps/Va7rtyUKB2gUh2KT7


ร้านอาหารเวียดนามโซน VDNKh Shopping Mall ให้ปริมาณเยอะในราคาที่สมเหตุสมผล แต่รสชาติอาจจะยังไม่สุดนะ สำหรับคนไทยที่กินเข้มข้น

  • ต้มยำกุ้ง (350 RUB ~ 175 บาท) รสคล้ายต้มข่าไก่ แก้ขัดความคิ ดถึงรสไทยได้บ้าง
  • เฝอ รสชาติพอใช้
  • โรลม้วนผัก (350 RUB ~ 175 บาท) คล้ายปอเปี๊ยะลุยสวน แป้งหนา กัดยาก รสชาติไม่ดี

 

13. Rynrado (ร้านอาหารเกาหลี)
พิกัด: https://goo.gl/maps/CcYzhLwWahoExoP66
ร้านอาหารเกาหลีเหนือ แต่อยู่ระหว่างมหาวิทยาลัยมอสโคว ปัจจุบันปิดถาวร อาหารอร่อย พนักงานแต่งชุดยูนิฟอร์มเหมือนเกาหลี


14. T & B Coffee (Take and Wake) (ร้านกาแฟ)

พิกัด: https://goo.gl/maps/dR1qTDBJiTjUzwaP8


ร้านกาแฟถูกและดี แก้วละ 110 RUB บาริสต้าเป็นมิตร ครัวซองต์อร่อย ร้านเล็กๆ ซ่อนอยู่ตามมุม


15. ไอติม GUM

พิกัด: https://goo.gl/maps/26TtVtUgvQn2wnMu8

ความพิเศษของไอศกรีมที่นี่คือเขายังใช้ “สูตรดั้งเดิมตั้งแต่ปี 1954” (ยุคโซเวียต) ซึ่งเป็นมาตรฐานการผลิตที่เข้มงวด ทำให้รสชาติมีความเข้มข้น หอมนม และเป็นเอกลักษณ์ที่หาทานที่อื่นไม่ได้
ต้องมาลองไอติม มีหลายจุดทั่วห้าง ราคาประมาณ 25 RUB (~14 บาท) ส่วนตัวรู้สึกว่ารสชาติธรรมดา โคนวัฟเฟิลกรอบดี


จุดจำหน่าย: คุณจะเห็น ตู้ขายไอศกรีมย้อนยุค ตั้งอยู่ตามจุดต่างๆ ทั่วห้าง GUM โดยพนักงานมักจะแต่งชุดยูนิฟอร์มสีขาว แบบโบราณ
ถ้าไปเดินเล่นที่จัตุรัสแดง (Red Square) อย่าลืมแวะเข้าไปซื้อไอศกรีมนี้แล้วเดินถือถ่ายรูปสวยๆ ในห้างกุมนะ บรรยากาศจะเหมือนย้อนยุคไปยุค 50


16. Shake Shack (ร้านเบอร์เกอร์เนื้อ)

พิกัด: https://goo.gl/maps/RM2HjDWJzCSKXGyX7

แต่เดิม Shake Shack เคยเปิดให้บริการในรัสเซีย (สาขาแรกอยู่ที่ถนน Arbat ในมอสโก ตั้งแต่ปี 2013) อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ทำให้แบรนด์แม่อย่าง Shake Shack จากสหรัฐอเมริกาได้ตัดสินใจ ยุติการดำเนินงานในรัสเซีย ไปแล้วค่ะ

ปัจจุบัน ร้านที่เคยเป็นสาขาของ Shake Shack ได้ถูกเปลี่ยนชื่อและรีแบรนด์ใหม่โดยผู้ประกอบการท้องถิ่น เช่นเดียวกับกรณีของ McDonald’s ที่กลายเป็น Vkusno i tochka
ซึ่งร้านเดิมเนี้ยะเบอร์เกอร์นุ่ม เนื้อชิ้นใหญ่ เฟรนฟราย์อร่อยมาก กินกับชีสดิปดีงามมาก แต่พอรีแบรนด์ไปแล้วเราก็ไม่แน่ใจว่ามันอร่อยเหมือนเดิมไหม


17. I Love Cake (ร้านขนมหวาน)

พิกัด: https://goo.gl/maps/VoTTGH9hjKe1u6



ร้านเค้กน่ารัก เค้กที่นี่ชิ้นใหญ่มาก (Big portions) จนบางครั้งหนึ่งชิ้นอาจจะต้องแบ่งกันทานสองคนตั้งหัวมุมถนน บรรยากาศเฟรนลี่ มีเค้กหลากสีหลายแบบ มีหลายสาขา
ตกแต่งสไตล์อเมริกันลอฟท์ที่ดูสว่างและทันสมัย ให้ความรู้สึกเหมือนร้านเบเกอรี่ในนิวยอร์ก
ร้านนี้ดังเรื่อง All-day Breakfast ด้วย โดยเฉพาะแพนเค้ก (Pancakes) ที่เสิร์ฟมาแบบจัดเต็ม หรือวาฟเฟิลราดซอสต่างๆ
กาแฟและเครื่องดื่มที่นี่ก็ทำออกมาได้ดีและแก้วใหญ่สะใจ

เมนูและราคาที่: https://www.en.friends-forever.ru/


18. Tokyo Sushi Bar (ร้านอาหารญี่ปุ่นฟิวชั่น)
พิกัด:https://maps.app.goo.gl/LViT2AxiswuLENnm6


  • บรรยากาศ: เน้นความเรียบหรูแบบมินิมอล วัตถุดิบสดใหม่มาก และมีการนำเสนออาหารที่สวยงาม สะอาด มีเพลงคลอเบา ๆ ห้องน้ำสะอาด ฟรี คนช่วงเที่ยงไม่เยอะ ช่วงเย็นอาจคึกคักเหมือนผับ/บาร์
  • เมนูแนะนำ:
    • โมจิรสชาเขียว อร่อยมาก
    • Egg Benedict (470 RUB ~ 235 บาท) มีแซลมอนและซอสฮอลแลนเดส
    • Grilled Chicken Salad (490 RUB ~ 245 บาท) ผักกรอบ, อะโวคาโด, อัลมอนด์ปิ้ง
    • Homemade Lemonade (195 RUB ~ 97 บาท) เปรี้ยวสดชื่น

  • จุดเด่น: ขนมปังโฮมเมดอร่อย คนซื้อกลับบ้านเยอะ มี English menu

ลิงก์เมนู: http://tokyosushibar.ru/en/menu/food/
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/LViT2AxiswuLENnm6


19. Khleb Nasushchnyy (ร้านเบเกอรี่และคาเฟ่)
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/6asvgr1ZqqD3Cei19

เป็นเชนร้านเบเกอรี่และคาเฟ่ชื่อดังที่ได้รับความนิยมอย่างมากในรัสเซีย (โดยเฉพาะในมอสโกและเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก) ซึ่งคำนี้แปลเป็นภาษาไทยได้ว่า “อาหารอันเป็นที่ต้องการ” หรือ “อาหารประจำวัน” (Daily Bread)
ร้านนี้มีสไตล์ที่ถอดแบบมาจากเครือชื่อดังระดับโลกอย่าง Le Pain Quotidien ทำให้มีบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเองมาก

  • บรรยากาศ: 2 ชั้น โต๊ะไม่ใหญ่ รองรับลูกค้าได้เยอะ
  • เมนูเด็ดที่ต้องลอง

    • ขนมปังอบสดใหม่: ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องขนมปังทำเองที่ใช้วัตถุดิบธรรมชาติ ทั้งบาแก็ต, ครัวซองต์ และขนมปังธัญพืชต่างๆ

    • อาหารเช้าและบรันช์: มีเมนูไข่หลากหลายแบบ แพนเค้กรัสเซีย (Syrniki) และโยเกิร์ตโฮมเมด

    • เมนูสุขภาพ: มีสลัดและซุป (เช่น ซุปฟักทอง หรือซุปหัวหอม) ที่รสชาติกลมกล่อมและดีต่อสุขภาพ

    • ทาร์ตและเบเกอรี่: อย่าลืมลองพวกทาร์ตผลไม้หรือมิลเฟย (Mille-feuille) ของเขา ทานคู่กับกาแฟเข้ากันมาก

  • บริการ: พนักงานใจดี มีห้องน้ำฟรี
  • จุดเด่น: ร้านนี้เหมาะทั้งนักศึกษา ครอบครัว คนมานั่งชิลล์ หากคุณต้องการหาอาหารเช้าทานก่อนเริ่มทริป เพราะเขามักจะเปิดเช้ากว่าร้านอาหารทั่วไป

20. Ponaroshku (ร้านของเล่นเด็ก/ของกระจุกกระจิก)
พิกัด: https://goo.gl/maps/fBLC3rF6phGSojzg8


ชื่อร้าน “Ponaroshku” ในภาษารัสเซียมีความหมายว่า “การแสร้งทำ” หรือ “การเล่นสมมติ” ซึ่งสะท้อนถึงคอนเซปต์ของร้าน

ของเล่นคัดสรรพิเศษ: ที่นี่จะไม่มีของเล่นพลาสติกโหลๆ ที่หาได้ทั่วไป แต่จะเน้นของเล่นไม้ ของเล่นเสริมทักษะ และหนังสือเด็กที่คัดมาอย่างดีจากทั่วโลก รวมถึงผลงานของศิลปินท้องถิ่นรัสเซียด้วย ของเล่นหลายชิ้นในร้านมีดีไซน์ที่สวยจนสามารถนำมาวางตกแต่งบ้านได้เลย เหมาะมากถ้าคุณอยากหาของขวัญที่มีสไตล์ไม่ซ้ำใคร
ร้านตกแต่งได้อย่างอบอุ่นและมีจินตนาการเหมือนหลุดเข้าไปในโลกนิทาน  แม้ว่าเราจะไม่ได้ตั้งใจไปซื้อของเล่นเด็ก แต่การได้ไปเดินดูไอเดียและการออกแบบของกระจุกกระจิกที่นี่ก็เป็นประสบการณ์ที่เพลินมากค่ะ

  • สินค้า: ของเล่นเด็ก, ตุ๊กตา, สมุด, โปสการ์ด, โมเดลสัตว์ ฯลฯ
  • บรรยากาศ: จัดวางเหมือนห้องนอนเด็ก เดินเข้าไปเหมือนอีกโลกหนึ่ง
  • บริการ: รับบัตรเครดิต, พนักงานพูดอังกฤษได้

 


21. Lepim I Varim (ร้านเกี๊ยวรัสเซีย)
พิกัด: https://goo.gl/maps/CPnVBjoaQKZeqYv98



ร้านนี้มีคอนเซปต์ว่า “เราปั้นและเราต้ม” (Molding and Boiling) ซึ่งเน้นไปที่ Pelmeni (เปเลเมนี) หรือเกี๊ยวสไตล์รัสเซียที่เป็นหัวใจของอาหารท้องถิ่น

บรรยากาศ: จุดขายหลักคือคุณสามารถมองเห็นพนักงานยืนปั้นเกี๊ยวสดๆ ผ่านกระจกห้องครัวได้เลย วัตถุดิบสดมากและเนื้อสัตว์ไม่เคยผ่านการแช่แข็งครัวเปิด

  • เมนูแนะนำ:
    • Famous Shrimp (กุ้ง + ไก่ + หมึก)
    • Big Meaty Pelmeni (หมู+เนื้อ+แกะ)
    • Alexander Grygorych (มันฝรั่งบด+หัวหอมทอด)
    • Say “Cheeeese!” (ชีส 4 ชนิด)
    • White Bull, Black Ear (ไส้เนื้อลาย)
    • Mom’s Siberian (หมู+เนื้อ)

  • ราคา: เริ่มต้น 10 ชิ้น = 120 บาท

  • จุดเด่น: สด, สะอาด, ราคาถูก, มีถังขนมปังวางให้ทานฟรีระหว่างรอด้วย เป็นกิมมิกเล็กๆ ที่น่ารักของทางร้าน มีแอลกอฮอล์ขายด้วย นอกจากรสชาติดั้งเดิมแล้ว เขายังมีเกี๊ยวสีสันแปลกตาและไส้ที่สร้างสรรค์มาก เช่น เกี๊ยวสีดำ (ไส้ปลาหมึก/กุ้ง) หรือเกี๊ยวไส้ชีส 4 ชนิด

ดูข้อมูลเกี๊ยวแต่ละแบบเพิ่มเติม: http://lepimivarim.ru/en/pelmeni/


22. Candle Box (ร้านเทียนหอม)

พิกัด: https://goo.gl/maps/N8jbqSnkzmoJG3qz6

ร้านเทียนหอมทำมือ (Artisanal Candles) ที่โด่งดังอยู่ ซึ่งมักจะมาในรูปแบบของ Gift Box ที่จัดเซตอย่างสวยงาม
เทียนหอมงานคราฟต์ของที่นี่มักใช้ ไขถั่วเหลือง (Soy Wax) และไส้เทียนที่เป็น ไม้ (Wooden Wick) ซึ่งเวลาจุดจะมีเสียง “เปรี๊ยะๆ” เบาๆ เหมือนเสียงฟืนในเตาผิง ให้ความรู้สึกอบอุ่นมากในวันที่อากาศหนาว

  • สินค้า: เทียนหอมหลายกลิ่น, เครื่องกระจายกลิ่น (Diffuser), บริการห่อของขวัญฟรี
  • บรรยากาศ: ร้านเล็ก สีขาวสะอาดตา
  • บริการ: พนักงานให้คำแนะนำ, เปิดดมเทียนได้

ค่าใช้จ่ายคร่าว ๆ สำหรับทริป 12 วัน

รวมค่าใช้จ่ายโดยประมาณไม่รวมอาหาร, pocket money, รถเมล์, รถไฟใต้ดิน = 27,250 THB

ตั๋วเครื่องบิน Oman Airline = 17,760 THB

ที่พัก St. Petersburg (Airbnb) = 1,990 THB

ที่พัก Moscow (Airbnb) = 1,500 THB

ตั๋วรถไฟทั้งหมด = 4,000 THB

ค่าเข้าพิพิธภัณฑ์ = 2,000 THB

ทั้งนี้หากใครต้องการขอแพลนเที่ยวแบบรายละเอียดเต็ม จะเป็น File excel และ Maps ที่เจาะลึกสามารถทักมาขอทางอีเมล์ fang.rio93@gmail.com ได้นะคะ

และนี่คือ…ของฝากส่วนหนึ่งที่แบกกลับมาที่ไทยด้วย

Leave a Comment

Comments

No comments yet. Why don’t you start the discussion?

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *