เกิดเป็นหญิงแท้จริงนั้นแสนลำบาก ปวดท้องประจำเดือน (When I’m On My Period)

“ผู้หญิงมีกรรม”

ได้ยินประโยคนี้ทุกเดือน
เมื่อปวดประจำเดือนแล้วไปบ่นกับเพื่อนผู้ชาย
นี่มันประโยคทับถมเพศชัด ๆ

คิดดูซะสิ มันคือความลำบากลำบนชนิดนึง ซึ่งเพศผู้จะไม่มีทางเข้าใจได้อย่างถ่องแท้เลยว่า
การที่ต้องมีเลือดตกยางออกทุกเดือน เป็นเวลาหลาย 20-30 ปี มันเหนื่อยยากแค่ไหน
ไหนจะค่าผ้าอนามัยที่ต้องซื้อตุนไว้ทุกเดือน แบบกลางคืนก็ต้องเอาแบบยาวเลยไปถึงเอว
ไม่งั้นเปื้อนกางเกงใน หนักกว่าคือเปื้อนไปถึงที่นอน ต้องตื่นเช้ามารีบเอาไปซักอีก เปลืองผงซักฟอกไปอีก

ไหนจะค่ายาแก้ปวด พอนสแตนเนี่ยกินทุกเดือนเลย แพงละ 20-30THB (แต่เดี๋ยวนี้พยายามจะไม่กินละ ไตพัง)
พูดถึงเรื่องปวดท้องเม็นส์ (Menstruation) กันหน่อยดีกว่า
เราเป็นผู้หญิงประเภทที่ว่า ในตำรับตำรา มีเขียนเอาไว้ว่าผลกระทบที่เกิดจะช่วงมีรอบเดือนคืออะไรบ้าง
เรามีครบเลยค่ะ
ก่อนมีประจำเดือน เอาละ 2-3 วันก่อนจะมีคือหงุดหงิด แปรปรวญ และกินจุมาก สิว(ใครใช้ให้มึงขึ้นหะ สิว)
ช่วงมีประจำเดือน พีคมากคือวันแรกๆ ปวดท้องเบอร์สุด ปวดมาทุกระดับ Level แล้วอะเอาจริง
คือเป็นคนที่มีเป็นปัญหาเกี่ยวกับโพรงมดลูก

ตอนม.2 มีอยู่ช่วงหนึ่งด้วยความผิดปกติของอะไรสักอย่าง ประจำเดือนมาไม่หยุดเลยค่ะ เกือบ 1 เดือนเต็ม
แบบเดินเข้าไปซื้อผ้าอนามัย แถวๆบ้านชอบเรียก “โกเต๊กซ์”
เรียกตามแม่อะไรงี้ ( **โกเต๊กซ์ คือ ชื่อยี่ห้อผ้าอนามัยแรกที่วางขายในไทย เหมือนที่เรามักใช้คำว่า มาม่า,แฟ้บ นั่นแหละ)

104908147
คือเดินไปซื้อผ้าอนามัยบ่อยจนคนขายถามว่า “นี่ยูวซื้อให้ใคร ทำไมประจำเดือนยังไม่หมดอีกเหรอ ไปหาหมอไหม?”

ด้วยความที่ตอนนั้นก็ยังเด็กๆ ไม่รู้ว่ามันคือผิดปกตินะ คิดว่าคนอื่นเขาก็มาเกือบ ๆ เดือนแบบเราก็เลยไม่ได้ปรึกษาใคร
จนเข้าวีคที่ 3 ก็ไปบ่นกับเพื่อนที่โรงเรียน เพื่อนก็ช็อคกันประมาณว่า “เลือดไหลออกหมดตัวแล้วมั้งเนี่ย หน้าซีด ๆ นะแก”

ตัดสินใจไปบอกแม่ และแม่ก็พาไปหาหมอที่คลินิคแห่งหนึ่งในระยอง
ก็โดนอัลตร้าซาวน์ที่ท้องน้อย แล้วก็โดนให้กินยาอยู่ 6 เดือนเต็ม ห้ามลืม! ห้ามขาด!
ไปพบหมอเพื่อรายงานว่าเดือนนี้เม็นส์มาวันที่เท่าไร ปวดท้องไหม
คล้ายๆว่าต้องปรับฮอร์โมนให้มันเข้าที่เข้าทาง หมอบอกว่ายังเด็กอยู่ไม่เป็นไรหรอก
ไม่อันตรายอะไร รอ 20 ก่อนถ้าปวดอันนี้อาจจะเริ่มมีปัญหาละ
ระหว่างนั้นจำได้ว่าก็ยังปวดท้องอยู่บ้างนะ ทุกเดือนเลย ก็กินยาไปจนเบื่อไปหมด กินทีนึง 4-5 เม็ด

และชีวิตก็ดำเนินต่อไปเรื่อยๆ ด้วยอาการปวดท้องหนักเหมือนเดิมทุกเดือน

วกกลับมาที่อาการช่วงมีประจำเดือน นอกจากจะปวดท้องหลังแล้ว ก็ยังมีปวดหลัง เท้าเย็นเฉียบ หน้าซีด
ต้องนอนขดๆ โอดครวญอยู่เฉยคนเดียว ทุกอย่างดูจะไม่น่าสนใจทั้งสิ้น ปวดแบบ..ยอมตายเถอะถ้าจะทรมาณขนาดนี้อะนะ
ซึ่งจากการสังเกตแล้วนั้น จะปวดแค่วันแรก ๆ เท่านั้น วันที่เหลือจะเหลือแค่ปวดหลัง กินจุ
ต้องการกินของหวานๆเย็นๆอย่าง non-stop
ซึ่ง…มันกินไม่ได้ มันเย็น กินไปแล้วจะทำให้ปวดท้องหนักกว่าเดิมเพราะอุณหภูมิต่ำ
กินเข้าไปร่างกายเราก็เย็นตาม ส่งผลให้มดลูกมันบีบตัวยาก
เลือดมันหนืดมั้ง ทำให้ปวดหนักกว่าเดิมอี๊กกกก เฮ้ออออ

ซ้ำยังมีอาการแปรปวนทางอารมณ์ขึ้นลงแบบผกผัน เช่น นั่งหัวเราะอยู่ๆดีสักพักก็จะร้องไห้ได้โดยหาสาเหตุอันสมควรไม่ได้ โนอกหัก หรือมีใครทำให้เสียใจอะไร คือมันนึกอยากจะเศร้า มันก็เศร้า ดูทีวีเจอเด็กน่าสงสารนิดหน่อยก็ร้อง T^T แต่อีกสักพักก็จะหัวเราะได้กับต้นไม้ ใบหญ้า ถ้วยชาม กะละมัง อะไรก็เถอะ.. – -”
เรียกว่าควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ค่อยได้

End-of-Period-Menstrual-Comedyจากประสบการณ์การปวดประจำเดือนมา 22 ปี

ไม่แนะนำให้กินยาแก้ปวดค่ะ รวมถึงยาสตรีฯ ยาที่อวดอ้างว่าจะทำให้ประจำเดือนมาปกติ
เรากินมาเกือบหมดแล้วแหละ ซึ่งมันแย่มาก เคยกินยาแผงสีชมพูที่บนกล่องระบุว่า เป็นว่านชักมดลูก สรรพคุณน่าสนใจมาก
อ่านแล้วแบบ เฮ้ยยยย ฉันต้องดีขึ้นแน่ ๆ ร่างกายฉันคงย่ำแย่เกินไป กินแล้วต้องหายปวดท้องชัวร์

ปรากฎว่า

เดือนนั้นประจำเดือนมาเป็นสีคล้ำๆ ดำๆ ไม่ใช่เป็นสีแดง (หรือสีฟ้าตามโฆษณาผ้าอนามัย)
ก็ตกใจแต่ก็ไม่ได้อะไรมากกก แต่ที่พีคคือปวดท้องหนักมาก หนัก Level ที่ไม่สามารถอดทนได้
ปกติปวดแค่ไหน จะนอนนิ่งคนเดียว เอาถุงน้ำร้อนประคบ หรือกินยาอะไรนิดหน่อยก็จะดีขึ้นใน 3-4 ชั่วโมง
แต่วันนั้น จำได้ว่าทนไม่ไหวจริงจัง โชคดีมากกกกก ที่อยู่ที่บ้าน
ใช้เรี่ยวแรงที่มีทั้งหมดไปนอนเกลือกกลิ้งอยู่กลางบ้าน (นึกสภาพตัวขดๆ ขยับร่างกายแบบอิดโรย)
แล้วบอกแม่ว่า หนูไม่ไหวละ พาไปโรงพยาบาลหน่อย
พ่อกับแม่ก็ตกใจว่าถึงปวดหนักมากเลยหรอ กินยาไปหรือยัง
เราก็บอกว่ากินไปรวมๆ 4-5 เม็ดแล้ว พอนแสตน (ไม่แนะนำให้ทำตาม)

บทสรุปสุดท้ายของเหตุการณ์นั้นคือ  เข้าไปโรงพยาบาลเปิดก้นให้หมอฉีดยา (คิดว่าคงเป็นพวกมอร์ฟีน) หายเลย

ปวดประจำเดือน

แต่เรื่องราวมันยังไม่หมดเพียงเท่านี้
ด้วยความเป็นห่วงเป็นใยของแม่นั้นไซร้
ก็อยากให้ลูกสาวตัวเองนั้น..หายจากอาการปวดท้องประจำเดือน
(ซักประวัติจากแม่มา นางบอกสมัยสาวๆนางก็ปวดแบบเราแหละ
พอมีลูกแล้วก็หาย สรุปคือเป็นตามกรรมพันธุ์ เอ้า..รีบหาคนทำให้ท้องเลยค่ะ)
จึงสรรหายาสตรีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น “หมอเส็ง, เพ็ญภาค ฯลฯ มาให้เรากิน
กินบ่อยสุด และประจำเลยคือยี่ห้อ หมอเส็งค่ะ
โดนหมอหลอกอยู่เป็นปีเหมือนกันค่ะ คือด้วยคำเชื่อโฆษณาไง
แม่ก็เชื่อ เราก็เออๆ ก็ได้วะ แม่บอกว่าดี
และนางก็ซื้อให้กินทุกเดือน เดือนละขวด
รสชาติส้นตีนมากบอกเลย แต่ก็ต้องกิน เขาว่ามันเป็นยาสมุนไพรนิเนอะ ก็ต้องขมเป็นธรรมดาแหละนะ

จนกระทั่งวันหนึ่ง อายุก็เลย 20 มาและ
อาการปวดก็ไม่บรรเทาทุเลาเลยสักที บวกกับ ปจด.มาแบบอินดี้ เช่น เดือนนึงมา 2 ครั้ง
จึงตัดสินใจไปหาหมอที่คลินิก (ที่เดิมที่เคยหาตอนม.2)
ปรากฏว่าเรามีปัญหาอยู่ 2 สาเหตุ
อันแรกคือเรื่องเกี่ยวกับฮอร์โมนผิดปกติ เพราะไปกินยาสตรีแบบสุ่มสี่สุ่มห้า แบบนึกอยากจะกินช่วงไหนก็กิน
แล้วมดลูกมันก็งงว่าควรจะผลิตอะไรมาช่วงไหน ตกไข่ช่วงไหนดีย์ งงไปหมด หมอบอกงี้นะ
อีกเรื่องผนังหมดลูกหนาทำให้ปวดท้องหนัก เพราะมันบีบตัวยาก สาเหตุก็น่าจะเกิดจะการกินยาอีกนั่นแหละ

oh shitttttt กินยาอยู่ 9 เดือนค่ะ
ถือเป็นเรื่องราวดีๆนะคะ (ดีโพ่ง)

ตอนนี้อายุ 22 ย่างจะ 23 แล้ว เป็นวัยกำลังน่ารักเลยใช่ไหมล๊าาา (ใช่)
อาการปวดก็ทุเลาลงไหม ก็ไม่นะ (อ้าว) แต่ดีขึ้นตรงที่ไม่ปวดนานเป็นวันๆ จำนวนชั่วโมงลดน้อยลง
คือปวดในระดับ Level ที่นั่งทนได้ หรือเราโตขึ้นแล้วแกร่งขึ้นก็ไม่รู้เหมือนกันแฮะ

เลี่ยงการกินยาทุกชนิด
ใช้การจิบน้ำชา น้ำร้อน น้ำอุ่น น้ำขิง (แนะนำน้ำขิงมาก)
และก็ประคบด้วยถุงน้ำร้อน ยิ่งร้อน ยิ่งดี โนแคร์ว่าผิวตรงท้องจะแดงแสบแค่ไหน นี่ว่านี่ทนได้ 555
เดี๋ยวนี้จะข้าม Level ไปปวดหลังกับกินจุมากกว่าค่ะ

อีกเรื่องหนึ่งคือ
ตอนเป็นประจำเดือนแล้วมีไข้เข้ามาแทรกด้วยเนี่ย
เขาเรียกว่า “ไข้ทับระดู” เนอะ

นี่โดนคนรอบตัวสปอยมาทั้งชีวิตเลยว่า “ไข้ทับฤดู ไข้ทับฤดู ไข้ทับฤดู”
จนกระทั่งวันหนึ่ง เหมือนเดินออกมาจากกะลาครอบ
ว่าใครๆ เขาก็เข้าใจกันผิดว่าช่วงที่เป็นเม็นส์แล้วมีไข้แทรกมาด้วยเนี่ยคือไข้ทับฤดู
เราก็เคยงงนะ ว่าฤดูอะไรวะ ฤดูหนาว ฤดูเก็บเกี่ยว ฤดูผสมพันธุ์ สื่อว่าอะไรเหรอ?
แต่ก็เก็บไว้ในใจเงียบๆคนเดียวมาตลอด

okay ไข้ทับระดู
gotttttt itttttttttttttttt

ลากันไปด้วยบทกลอนดังนี้

เกิดเป็นหญิงแท้จริงแสนลำบาก …………. เป็นผู้ชายยิ่งยากกว่าหลายเท่า
หญิงต้องเจียมกายามาแต่เยาว์ …………… ชายต้องเฝ้าวิงวอนให้หล่อนรัก
หญิงถึงรักต้องแสร้งแกล้งทำเฉย …………. หวังให้ชายอยากเชยยิ่งขึ้นหนัก
ต่างคนต่างซัดกันน่าขันนัก ………………… ที่แท้ต่างสมัครจะรักกัน

ที่มา: วิวาห์พระสมุทร พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๖

Related posts:

Comments

comments

fangrio Written by:

สนใจเกี่ยวกับการทำอาหาร ต้นไม้ ใบไม้ ดอกไม้ และความเป็นไปรอบตัว อยู่บ้านชอบเดินเท้าเปล่า ไม่ชอบนอนดึก แต่ตื่นไม่เช้า เป็นหัวไช้เท้าดองเลิฟเวอร์

Be First to Comment

Leave a Reply