เมื่อฉันทดลองไปปฎิบัติธรรมที่เสถียรธรรมสถาน 3 วัน 2 คืน (Anapanasati Mindfulness of Breathing)

“ไม่ให้ไป”  “จะอยู่ได้เหรอ ไหวแน่นะ” “ไม่หนีกลับก่อนละ”

ทุกคนต่างคิดว่าเรากำลังจะไปออกรบ หรือฝึกค่ายรด.
มันไม่ได้ลำบาก หรือ ถึงขั้นอดรนทนไม่ไหวเบอร์นั้น (I can’t stand it)

ทริปนี้ปุ๊ปปี๊ปรับโชคมาก เพื่อนมหาลัยคนนึงชวน ออกชื่อเสียงเรียงนามได้มะ (ได้) “ออมสิน”
เพื่อนในรุ่นคงรู้จักนางดี ถึงกิตติศักดิ์อันเลื่องลือชีวิตที่วุ่นวายของนาง 555 (ขอแซวหน่อย)
แบบชวนวันอังคารไปวันศุกร์บ่าย ต้องลางานครึ่งวันบ่ายแบบฉุกละหุก ลุ้นมากว่าพี่ PM จะ Approve ให้ลาไหม

20160311_175416
เมื่อฉันทดลองไปปฎิบัติธรรมที่เสถียรธรรมสถาน 3 วัน 2 คืน : ภาพบรรยากาศภายในบริเวณที่รับประทานอาหาร

ก่อนตัดสินใจจะไป ก็ไม่ได้คิดอะไรมากมาย
แค่รู้สึกว่า งืมก็ดีแหะ มีคนมาชวนไปปฎิบัติธรรมด้วย โอกาสที่จะเกิดขึ้นจากการชวนไปทำอะไรแบบนี้คงไม่น่าจะเกิดขึ้นกับชีวิตวัยชีวิต 22 ละแหละ ถ้าชวนไปผิดศีล หรือเที่ยวอะไรแบบคึกคะนองโอกาสจะเกิดขึ้นเยอะกว่าอยู่แล้ว

มีคนคิดว่าคนที่จะไปบวช หรือหนีไปเข้าวัด ปฎิบัติธรรม จะต้องมีปัญหา หรือต้องการหนีปัญหาอยู่แน่ๆ
แต่สำหรับเราแล้ว ชีวิตปกติสุขดีค่ะ ไม่ได้มีเรื่องให้ไม่สบายใจหรือเป็นทุกข์อยู่เท่าไหร่
แต่ด้านการงานค่อนข้างวุ่นวายและดูดพลังงานชีวิตไปเกือบหมดก๊อกในทุกๆวัน

20160312_073307
เมื่อฉันทดลองไปปฎิบัติธรรมที่เสถียรธรรมสถาน 3 วัน 2 คืน : ร่มรื่นเบอร์สุด

สำหรับคนที่สนใจจะไปปฎิบัติธรรมที่เสถียรธรรม ให้ลองเข้าไปดูในเว็บนี้ http://www.websds.org/formregist/
คอร์สที่เราลงคือ “อาณาปานสติ”  ถ้าต้องการสมัครลงคอร์สนี้ก็ให้ลงทะเบียนสมัครสมาชิกกับทางเว็บก่อน
โดยคอร์สนี้จะมีทุกๆวันศุกร์ (บ่าย), เสาร์, อาทิตย์
ก่อนรายละเอียดให้เสร็จสรรพ แล้วก็เตรียมของ พวกเสื้อผ้านุ่งขาวห่มขาวแบบมิดชิด ไม่แนบเนื้อ
ของใช้ส่วนตัวถ้ามีแผ่นรองตอนทำโยคะก็เอาไปด้วย ที่นั่นมีพลาสติกขาย 30 บาทแน่ะ
สิ่งที่แนะนำและคิดว่าสำคัญคือ ผ้าห่ม (นี่ลืมเอาไปจ้า), กระบอกใส่น้ำดื่ม,
ครีมหรือสเปรย์ทากันยุง จะบอกว่ายุงเยอะมากค่ะ ตบไม่ได้ด้วยผิดศีล แต่แม่ชีที่นั่นก็บอกนะว่าถ้าใส่ชุดขาวยุงจะไม่ค่อยกัด

20160312_073326
เมื่อฉันทดลองไปปฎิบัติธรรมที่เสถียรธรรมสถาน 3 วัน 2 คืน : ต้นไม้ที่แทรกขึ้นตามหิน

ที่เสถียรธรรมสถานจะตั้งอยู่ถนนวัชรพล แถวๆรามอินทรา
เราไปถึงที่นั่นวันศุกร์เกือบๆ 5 โมง (รถติด) จริงๆคือจะไปถึงกี่โมงก็ได้ตั้งแต่บ่ายโมงเป็นต้นไป
แต่ถ้าไปเย็นมากๆก็จะมีเวลาจัดการตัวเองน้อยเพราะเราต้องเตรียมทำวัตรเย็น
ใครหิวก็กินให้อิ่มได้เลย พอทำวัตรเย็นเราก็จะรับศีล 8 กันแล้ว จะทานมื้อเย็นไม่ได้แล้วนะ ทานได้แต่น้ำปานะ

20160312_073317
เมื่อฉันทดลองไปปฎิบัติธรรมที่เสถียรธรรมสถาน 3 วัน 2 คืน : บริเวณรอบๆ ธรรมะศาลา

สิ่งที่เข้ามาที่เสถียรฯแล้วรู้สึกได้เลยขึ้น บรรยากาศดี เรื่องความร่มรื่นเย็นสบายนี่เอาไปเลยเต็ม 10 ให้ 9 เลยค่ะ
อุณหภูมิจะเย็นขึ้นทันที 2 องศาที่เดินมาจากด้านหน้าถนนวัชรพล
การตกแต่งด้านในก็ดูดีอะ ให้อารมณ์เหมือนมีรีสอร์ทแถววังน้ำเขียวด้วยซ้ำ 5555

IMG_20160314_220610
เมื่อฉันทดลองไปปฎิบัติธรรมที่เสถียรธรรมสถาน 3 วัน 2 คืน : อาหารมังสวิรัติที่ทานช่วงปฎิบัติธรรม

อาหารการกินที่นี่ก็อุดมสมบูรณ์ดี มี อู่ข้าวอู่น้ำ ไว้บริการตลอด
ที่นี่กินมังสวิรัติกันทุกมื้อ อาหารที่ขายก็เป็นมังฯ มันก็ไม่ได้กินยากนะ
เรารู้สึกดีตรงที่ว่า เบาสบายท้อง ขับถ่ายง่ายขึ้นเยอะเลย ตลอดเวลา 3 วันที่ไม่ได้ทานเนื้อสัตว์เลย

20160313_083700
เมื่อฉันทดลองไปปฎิบัติธรรมที่เสถียรธรรมสถาน 3 วัน 2 คืน : ก๋วยเตี๋ยวเห็ดรวมตุ๋น เครื่องอลังการมาก ทั้งผัก ทั้งเห็ด มาทั้งฟาร์มแบบจัดเต็ม

ราคาอาหารก็อยู่ในราคาปกติไม่ได้แพงเว่อร์วัง ก็เท่าๆกับราคาข้างนอกปกติ
แต่มีร้านกาแฟอยู่เหมือนกัน มีน้ำผลไม้ปั่นไรงี้ด้วย แตงโมงปั่นรู้สึก 50-55 บาทต่อแก้ว
ส่วนรู้สึกก็ไม่ได้ขี้เหร่อะไร เมนูเน้นเห็ดเป็นส่วนใหญ่ อร่อยดีอะชอบ
พวกเผือก มัน ข้าวกล้องอะไรงี้ มันก็อิ่มท้อง แถมมีประโยชน์ดี
ส่วนน้ำปานะมื้อเย็นก็มีบริการให้นะ เป็นพวกน้ำถั่วเขียว น้ำเต้าหู้ หรือถ้าอยากกินนมเปรี้ยว นมกล่องก็มีขาย
อ๋อ ลืมบอกว่าตอนจะชำระเงินใดใด เขาก็ให้หยอดใส่ตู้ใส่ตามศรัทธาแหละ แต่อาหารก็มีราคาบอกทุกเมนูนั่นแหละ
แต่ถ้าไม่อยากเสียเงินเขาก็มีข้าวฟรีแบบบุฟเฟต์ให้ตักทานกันเป็นมื้อๆ ปกติอยู่แล้ว

20160312_075325
เมื่อฉันทดลองไปปฎิบัติธรรมที่เสถียรธรรมสถาน 3 วัน 2 คืน : ช่วงเช้ามีตักบาตรแม่ชีน้อย

เล่ามาซะยาว
จะเห็นว่าชีวิตความเป็นอยู่ที่นี่ไม่ได้ยากลำบากอย่างที่คิด
จริงๆ เราว่าเสถียรธรรมเหมาะสำหรับผู้ที่อยากเริ่มต้นมาปฎิบัติธรรม มาลองใช้ชีวิตแบบปกติตามธรรมชาติของมนุษย์ดูบ้าง
เรื่องถือศีล 8 นี่ก็ไม่ได้หนักหนาอะไร ไม่ได้เคร่งเหมือนวัดป่าตามต่างจังหวัด
แค่เพิ่มจากศีล 5 มาอีก 3 ข้อ
คือไม่ทานมื้อหลังยามวิกาล, ไม่ทาเครื่องประทินผิว งดแต่งหน้าทาครีม และเครื่องหอมทุกชนิดนะจ้ะ
และก็อันสุดท้ายไม่นอนในที่สูง หรือยัดนุ่นยัดสำลี ของจริงต้องนอนเสื่อค่ะ
ตอนช่วงประมาณ ม.ต้น เราเคยไปเข้าค่ายธรรมะ 2 วัน 1 คืน คล้ายๆแบบนี้แหละค่ะ แต่ตอนนั้นโดนยึดมือถือด้วย
แบบตัดขาดโซเซียลไปเลย แต่สมัยนั้นก็ยังไมไ่ด้ติดเท่าตอนนี้เนอะ
ที่เสถียรธรรมไม่ได้ห้ามให้ใช้มือถือนะ แต่ถ้าแม่ชีบางท่านเห็นก็จะมีการตักเตือนกันนิดหน่อย
ประมาณว่าให้อยู่กับตัวเอง ใช้เวลาอยู่กับตัวเองบ้างเถอะ เราวุ่นวายกับโลกภายนอกมามากพอแล้ว

20160312_073242
เมื่อฉันทดลองไปปฎิบัติธรรมที่เสถียรธรรมสถาน 3 วัน 2 คืน : บริเวณธรรมะศาลา

อีกอย่างหนึ่งเราว่าที่เสถียรธรรมคอร์สที่เราไปลง คนค่อนข้างเยอะอะ ราวๆ 200 ชีวิต
คือมีคณะพยาบาลจากโรงพยาบาลสระบุรี พานศ.มาปฎิบัติธรรมด้วย ซึ่งบางคนก็ไม่ได้สมัครใจที่จะมาด้วย
มันทำให้บรรยากาศค่อนข้างแน่นขนัด และหาความสงบได้ยาก ถ้าอยากมาอยู่อย่างเงียบๆจริง
จริงๆ ตอนกรอกใบสมัครในเว็บเขาก็สามารถเลือกได้นะว่าต้องการอยู่แบบเงียบๆ แยกห้องงดสนทนาการกับผู้อื่นเลย
มาเรื่องที่พัก เรือนที่พักเราอยู่ลึกมากกกกกกกกกกกกกก คือเดินตอนกลางวันไปกลับยังเดินหลงเลยอะ
กลางคืนนี่ต้องตั้งสติดีๆ ไม่งั้นหาเรือนพักไม่เจอ มืดด้วย ต้องมีไฟฉายเดินทาง (เปิดแฟลชจากมือถือเอา)

20160312_110217
เมื่อฉันทดลองไปปฎิบัติธรรมที่เสถียรธรรมสถาน 3 วัน 2 คืน : แม่ชีน้อยมาร้องเพลงพร้อมท่าประกอบให้ดู น่ารักมาก

กิจกรรมที่นี้เรียกว่าแน่นอะ มีอะไรให้ทำตลอด
ช่วงปฎิทินกิจกรรม ที่เป็นฟังธรรมะ เสวนาธรรม หรือทำสมาธิ
คอร์สเราคือ “อาณาปานสติ” ช้ะมะ จะเน้นเกี่ยวกับเรื่องลมหายใจล้วนๆ
เอะอะก็จะนั่งสมาธิแหละ คือลมหายใจเนี่ยอยู่กับเราตลอดเวลา คอร์สจะฝึกให้เราหายใจเป็น
อยู่กับลมหายใจมากขึ้น หายใจก็รู้ตัว หายใจออกก็รู้ ให้อยู่กับจิตขณะนั้นจริงๆ กับปัจจุบันนั่นแหละ
หัวใจสำคัญคอร์สนี้หลักๆก็มีเท่านี้จริงๆแหละแกร๊

20160312_094521
เมื่อฉันทดลองไปปฎิบัติธรรมที่เสถียรธรรมสถาน 3 วัน 2 คืน : ช่วงอัดรายการพุทธสาวิกากับแม่ชีศันสนีย์

แต่รู้ไหมว่า เอาเข้าจริงมันยากมากนะ ที่จะอยู่กับปัจจุบันจริงๆอะ
ลองนั่งอยู่เฉยๆ สิแล้วไม่คิดอะไรเลย แบบนิ่งงงงเลยนะ
โดยปกติคนเราจะคิดอยู่ในหัวตลอดเวลาอยู่แล้ว เราก็เป็น นั่งๆอยู่ ก็คิดไปเรื่องใดเรื่องหนึ่งไม่อดีตก็อนาคต
แต่เราไม่เคยอยู่กับปัจจุบันเลย ในหัวมักวนคิดแต่เรื่องโน่นเรื่องนี้ เรื่องงาน เรื่องวันพรุ่งนี้ เรื่องที่กำลังจะมาถึง
แปปๆ ก็เอาละ นึกไปถึงอดีตที่เคยเป็นกังวล นึกถึงคนนั่นคนนี้

จิตเราไม่เคยอยู่กับเนื้อกับตัวเลย

แม่ชีก็จะสอนเสมอว่า “ตัวอยู่นี่ ใจก็อยู่นี่นะ”  ไม่ต้องเอาใจไปไว้ที่บ้าน หรือลอยไปอยู่เรื่องใดเรื่องอื่น
และวิธีการที่ทำให้เราไม่วกแวกแยกตัวกับใจไปอยู่คนละที ก็คือการดูลมหายใจตัวเองเนี้ยะแหละ ง่ายสุด
ควรฝึกให้เป็นคนที่มีลมหายใจเข้า/ออกลึก และสุด เวลาหายใจเข้าก็ให้รับรู้ว่ามีลมมันผ่านเข้าจมูกไปถึงช่องทาง
เขาบอกว่า ยิ่งเราฝึกให้เป็นคนหายใจละเอียด ช้า นุ่ม ร่างกายเราก็จะได้รับอนูที่ออกซิเจนที่ละเอียด ส่งผลให้เซลล์ทำงานได้ดีขึ้นตามไปด้วย

หลังจากจบคอร์สนี้ไปทำให้เราพึงระลึก จดจ่อกับลมหายใจมากขึ้น
และอีกเรื่องหนึ่งเราสังเกตเห็นว่า
เวลาเครียดๆ หรือวิตกกังวล ตื่นตะหนก
เรามักจะลืมหายใจไปชั่วขณะหนึ่ง หรือหายใจออกแค่สั้น ๆ

ฉะนั้นเวลาดึงสติตัวเองได้ว่าฉันเครียดอยู่นะ ให้เตือนตัวเองว่า
“หายใจเข้าลึก ๆ และ หายใจออกช้า ๆ”
เป็นการผ่อนคลายตัวเองแบบเร่งด่วน และง่ายที่สุดที่สามารถทำได้ทันทีเลย

พอเรามีสมาธิจดจ่อกับลมหายใจมากขึ้น
เรื่องอื่นๆ มันก็จะมีสมาธิตามมาด้วย จะเดิน จะยืน
จะแปรงฟัน จะก้าวลงลิฟท์ เรามีสติอยู่ตลอดเวลา

IMG_20160314_213302
เมื่อฉันทดลองไปปฎิบัติธรรมที่เสถียรธรรมสถาน 3 วัน 2 คืน : โยคะสมาธิตอนเช้าที่ลานสนามหญ้า

ส่วนกิจกรรมอื่นๆ ที่เราชอบอีกก็น่าจะมี โยคะสมาธิตอนเช้ามืด
หลังทำวัตรเช้าราวๆ ตี 5 ครึ่งเสร็จก็จะมาโยคะที่สนามหญ้า
ปูแผ่นรองนอนรับออกซิเจนตอนเช้า จะมีแม่ชีมานำทำท่าโยคะ
อากาศดีมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
มีนกเอย กระรอกเอย ยุงเอย เสียงใบไม้ เสียงลม สุนทรีย์มาก

20160312_061516
เมื่อฉันทดลองไปปฎิบัติธรรมที่เสถียรธรรมสถาน 3 วัน 2 คืน : นอนสมาธิ (หลับไปเลย55)

ปกติเราออกกำลังกายบ้างอยู่แล้ว
มาที่นี่ก็เลยได้ท่าบริหารกายเพิ่มมาอีกไว้ทำตอนไปฟิตเนส

มีอีกหลายคอร์สที่เราว่าสนุกดี นั่งฟังได้เรื่อยๆ ถึงอากาศจะร้อน
แต่เราก็ไม่ได้ร้อนใจอะไร มีคอร์สจิตใต้สำนึก มีนักบำบัดจิตมาบรรยายให้ฟัง
เกี่ยวกับความสุข ความกลัว ที่ถูกฝังไว้ภายใต้จิตสำนึกเรา
พฤติกรรมหลายๆ ที่ถูกปลูกฝังมาตั้งแต่สมัยเรายังเด็ก แล้วส่งผลต่อเราในปัจจุบัน ล้วนมีเหตุปัจจัยการเกิดทั้งนั้น
คอร์สเป็นระยะสั้นๆ บวกกับคนอื่น วิทยาการดูได้ไม่ทั่วถึงหรอก แต่เขาแค่บอกเทคนิคการกำจัดความกลัวให้
ว่าง ๆก็เอาไปใช้
ที่เราชอบคือ เขาแจกกระดาษให้ 1 แผ่น เขียนเหตุการณ์ที่เราจำได้ว่ามีความสุขที่สุด ลิสต์ออกมา 3 เหตุการณ์
ไม่รู้ตอนนั้นนึกอะไร อันดับแรก เราเขียนไปว่า ตอนเราอาบน้ำเรามีความสุขมาก ฮ่า
เพื่อนที่ไปด้วยถามว่าฟางเขียนว่าไร พอมันรู้ก็อึ้งไปนิดนึง ว่า “แค่นี้เองเหรอ ความสุขฟาง”
“อื้อ สบายใจดีตอนอาบน้ำมันเย็นๆ เงียบๆ อยู่กับตัวเอง”

จริงๆ ความสุขมันง่ายนิดเดียว แค่เจอคนยิ้มให้เราก็มีความสุขแล้ว
พิม มาดาเคยบอกว่า
(อ่านจากนิตยสาร a day bulletin ฉบับ ประเด็นช่วงที่สำคัญคือพิมเพิ่งผ่านการทำคีโมจากการป่วยเป็นมะเร็งปากมดลูกระยะแรก ตัดออกมาเฉพาะใจความสำคัญๆ )
“ช่วงก่อนที่จะป่วยเพื่อนชวนออกไปไหน แทบไม่อยากไปเลย แค่รถติดก็หงุดหงิดแล้ว เป็นคนขี้งอแง ทุกคนจะโอ๋ตลอดไม่ว่าจะเป็นทีมงาน หรือกับแม่พิมเองที่งอแงได้มากสุด

พอช่วงที่วิกฤตกับตัวเองต้องผ่านการทำคีโม ผมร่วงแบบแทบทำใจรับไม่ได้ พิมบอกว่า กรี๊ดดังมากตอนผมร่วง ถึงจะทำใจไว้แล้วว่าต้องเจอแบบนี้ แต่เอาเข้าจริงใจมันตกไปที่ตาตุ่มเลย

สุดท้ายก็ต้องยอมรับ และปล่อยวาง พอถึงคีโมครั้งสุดท้าย กลับมาบ้านปั๊ป พิมขับรถออกไปข้างนอกไปหาเพื่อนที่อยู่ที่โน่นที่นี่ ถึงรถจะติดก็ไม่เป็นไร ก็นั่งฟังเพลงในรถไป บางเพลงไม่ได้ฟังนานแล้วด้วย
ตอนเช้าตื่นมา แค่เดินออกไปสูดอากาศนอกบ้าน หายใจ แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว ได้ยินเสียงมอไซต์ที่วิ่งผ่านไป”

สามารถอ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มได้จากข้างล่างนี้ค่ะ

คล้ายว่าพิม จะเข้าใจชีวิตมากขึ้น
เราว่ายิ่งโต ความสุขเรายิ่งยากขึ้น แพงขึ้น เงื่อนไขเยอะขึ้น
ถ้าเป็นตอนเด็กๆ มันง่ายกว่างี้อะ
แค่ได้กินไอติมรสที่ชอบ แท่งละไม่กี่บาท เราก็ยิ้มมีความสุขแล้วอะ
แค่ดูการ์ตูนเราก็หัวเราะได้แบบไม่ต้องคิดอะไรเยอะ

20160312_184059
เมื่อฉันทดลองไปปฎิบัติธรรมที่เสถียรธรรมสถาน 3 วัน 2 คืน : ชั้นลอยด้านบน

ออกนอกทะเลมาซะไกล
ตัดกลับมาที่เสถียรธรรมสถาน
ที่นี่ไม่ได้สอนแค่เรื่องธรรมมะอย่างเดียว แต่การใช้ชีวิตให้ควบคู่ไปกับการกินอยู่หลับนอนให้สมดุลทั้งกายและใจ
มีคอร์สบรรยาย ธรรมชาติบำบัด” คอร์ส “จังหวะชีวิต” (มีเวลาเข้าแค่แปปเดียว แต่ทำเอาน้ำตาซีมร้องไห้เลยจ้ะ คอร์สนี้)
เล่าให้ฟังก็คงไม่หมดง่าย ๆ
เอาเป็นว่า ถ้าใครมีวันหยุดว่าง ๆ ก็ลองสมัครไปปฎิบัติธรรมที่นี่ดู
แนะนำอย่างหนึ่งว่าอย่าไปฤดูร้อนเลย ร้อนเกิ๊นนน ร้อนแบบป่วยอะ
คือเรานอกรีตอยู่อย่างหนึ่งคือ ตอนเช้ามืดที่ต้องตื่นมาทำวัตรตี 5 เราไม่ได้อาบน้ำเลยทันที
แต่ไปอาบตอนช่วงพักกลางวัน ตอนเที่ยงเอาทีเดียว
ปรากฎว่า ป่วยเลยค่ะ จับไข้
เพราะว่าร่างกายร้อนๆ เย็นๆ ปรับตัวไม่ทัน
คิดเองว่าถ้าไปช่วงปลายฝนต้นหนาว น่าจะโอเคเลยแหละ 🙂

ผลที่จากการไปครั้งนี้ กลับก็รู้สึกปล่อยวางได้มากขึ้น ยิ้มเยอะขึ้น มองโลกในแง่ดีมากกว่าเดิมไปอีก
เพื่อนที่ทำงานบอกว่า เราดูสดใสขึ้นนะ :p

ธรรมมะสวัสดีค่ะ

Comments

comments

fangrio Written by:

สนใจเกี่ยวกับการทำอาหาร ต้นไม้ ใบไม้ ดอกไม้ และความเป็นไปรอบตัว อยู่บ้านชอบเดินเท้าเปล่า ไม่ชอบนอนดึก แต่ตื่นไม่เช้า เป็นหัวไช้เท้าดองเลิฟเวอร์

2 Comments

Leave a Reply